หน้าแรก เศรษฐกิจ สุริยะ เข้มงว...

สุริยะ เข้มงวด ป้องกันอุบัติเหตุ ช่วง ปีใหม่ 2568-จ่อเพิ่มโทษเมาแล้วขับ

26.12.24 | 14:51 น.

สุริยะ เข้มงวด ป้องกันอุบัติเหตุ ช่วง ปีใหม่ 2568-จ่อเพิ่มโทษเมาแล้วขับ ลดอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน” ว่า กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก น้ำ อากาศ มีความห่วงใยต่อปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพฤติกรรมในการเมาแล้วขับ โทรแล้วขับ ง่วงแล้วขับ ขับรถเร็ว ขับรถฝ่าฝืนกฎจราจร ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุจราจร โดยจากข้อมูลของมูลนิธิเมาไม่ขับ รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2567 พบว่าเสียชีวิต 284 คน บาดเจ็บ 2,307 คน จึงยังเป็นสถิติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ยังคงสูงอยู่

นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม จึงได้บูรณาการกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทรวงมหาดไทยและตำรวจ เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ข้อกฏหมายโดยจะเพิ่มโทษ สำหรับผู้ที่ขับขี่ขณะมึนเมา ซึ่งกฏหมายฉบับใหม่นั้น เพื่อทำให้การลงโทษมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการลดช่องว่างของการลงอาญา หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว จะนำมาเสนอต่อสภาฯในระดับถัดไป โดยเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนน

Advertisement

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เพื่อรณรงค์การป้องกันอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่คาดว่า จะมีพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นจำนวนมาก จึงได้ระดมกำลังทั้งจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) กรมเจ้าท่า (จท.) กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และอีกหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 อย่างเต็มที่ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้เดินทางฉลองปีใหม่อย่างปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน

พร้อมกันนี้กระทรวงคมนาคม ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ที่จะถึงนี้ จะลดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ที่กำหนดไว้ว่า อุบัติเหตุจากระบบขนส่งสาธารณะจะต้องเป็น  ศูนย์  อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน คาดการณ์ว่า การเดินทางของประชาชนด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 รวม 10 วัน จะมีปริมาณ 2.3 ล้านคน-เที่ยว เพิ่มจากเทศกาลปีใหม่ 2567 คิดเป็นร้อยละ 12.99

ทั้งนี้ นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านได้ทุกคน ด้วยความปลอดภัย และประทับใจในการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อจากการเดินทางในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยมอบให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ยกระดับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ตั้งแต่การเดินทางกลับภูมิลำเนาจนกระทั่งการเดินทางกลับเข้ามาทำงาน

นอกจากนี้ ให้ทุกหน่วยงานด้านการขนส่งสาธารณะ ดำเนินมาตรการเข้มข้นตรวจความพร้อมของยานพาหนะและพนักงานขับรถในระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมดการเดินทาง โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะซึ่งเป็นระบบที่มีประชาชนใช้บริการสูงสุด รถโดยสารที่นำมาให้บริการต้องมีความพร้อม ชั่วโมงทำงานของพนักงานขับรถต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ไม่มีอาการเจ็บป่วย มีไข้ เมื่อยล้า นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การใช้ความเร็ว การขับรถประมาทหวาดเสียว การตรวจสอบและแนะนำการใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เป็นต้น

โดย นายสุริยะ กล่าวว่า หากตรวจพบว่าพนักงานขับรถมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย จะมีการลงโทษสถานหนักถึงขั้นไล่ออก ให้ออก ตัดเงินเดือนหรือพักงาน เนื่องจาก ผู้ขับขี่รถสาธารณะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการขับขี่รถที่สูงกว่าผู้ขับขี่รถทั่วไป การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่เพียงเล็กน้อยถือว่าเป็นเจตนาที่จะละเมิดกฎแห่งความปลอดภัย ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วฐานดื่มสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ และผิดกฎหมายขนส่งโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ นายสุริยะ กล่าวว่า สำหรับกรณีไม้กั้นทางรถไฟ ที่ขณะนี้มีบางพื้นที่ ตามจุดต่างๆ ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง หรือมีการชำรุด ล่าสุดได้มอบหมายให้ รฟท. ประสานความร่วมมือกับ อบจ. และ อบต. รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในทุกพื้นที่ตามท้องถิ่น เพื่อดำเนินการติดตั้งในครบทุกจุด และตรวจเช็คสภาพความเรียบร้อยทุกจุดในทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

“ผมขอให้ประชาชนมั่นใจการทำงานของกระทรวงคมนาคมในกสรอำนวยความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทาง โดยได้เตรียมความพร้อมโดยนำประสบการณ์จากปีก่อน ๆ มากำหนดทิศทางการบริหารจัดการทุกด้าน ตลอดจนบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้ประชาชนมีความสะดวก สบาย ปลอดภัย ถึงจุดหมายด้วยรอยยิ้มตลอดเทศกาลปีใหม่นี้” นายสุริยะ กล่าว

ทั้งนี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ผู้สื่อข่าว รายงานว่า  มีประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนากันแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในช่วงใกล้สิ้นปี ประมาณวันที่ 27 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป ที่คาดว่า จะเริ่มประชาชนเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก