หน้าแรก เศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจ ...

ภาวะเศรษฐกิจ พ.ย.67 ได้แรงหนุนจากส่งออก-ท่องเที่ยว

27.12.24 | 13:24 น.

ภาวะเศรษฐกิจ พ.ย.67 หนุนจากส่งออก-ท่องเที่ยว คลังเผยแจกเงินหมื่นเฟส 1 ทำงานแล้ว


เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนพฤศจิกายน 2567 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้า โดยในเดือนพฤศจิกายน 2567 มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.56 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 8.2% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องจักรกล นอกจากนี้ยังมีการขยายตัวของการส่งออกผลไม้ อาหารสัตว์เลี้ยง และยางพารา ส่วนตลาดคู่ค้าหลักของไทย ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตลาดอินเดีย อินโดจีน จีน และสหรัฐฯ และขยายตัว 31.6% 21.0% 16.9% และ 9.5% ตามลำดับ

นายพรชัย กล่าวว่า อีกปัจจัยสนับสนุนคือ การท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเครื่องชี้ด้านอุปทาน ในภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนพฤศจิกายน 2567 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 3.15 ล้านคน คิดเป็นอัตราการขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 19.5% โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย

นายพรชัย กล่าวว่า สอดคล้องกับการบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีเครื่องชี้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.8% สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.9 จากระดับ 56.0 ในเดือนก่อน

Advertisement

นายพรชัย กล่าวว่า และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 91.4 จากระดับ 89.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ และการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนพฤศจิกายน 2567 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 8.0%

นายพรชัย กล่าวว่า ขณะที่การบริโภคหมวดสินค้าคงทนในหมวดยานยนต์ยังคงชะลอตัว สะท้อนจากปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -30.1% และ -4.5% ตามลำดับ

“อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ รวมถึงสถานการณ์ของภาคการผลิตอุตสาหกรรม โดยจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -3.6% ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป”นายพรชัย กล่าว

นายพรชัย กล่าวว่า เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -5.1% ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -20.7% แต่การลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศ ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ยังขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 17.8%

นายพรชัย กล่าวว่า ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤศจิกายน 2567 อยู่ที่ 0.95% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.80% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2567 อยู่ที่ 64.0% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 2.37 แสนล้านเหรียญสหรัฐ