หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดช่องทาง-ไ...

เปิดช่องทาง-ไทมไลน์ เช็กชื่อผู้สูงอายุ ได้สิทธิรับเงิน 10,000 บาท เฟส 2

7.01.25 | 14:56 น.

จุลพันธ์ คาดประกาศรายชื่อผู้สูงอายุรับเงิน 10,000 บาท ผ่านแอพพ์ ทางรัฐ 20-21 ม.ค.นี้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่กระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ 10,000 บาทนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำการโอนเงินให้ก่อนวันที่ 29 มกราคมนี้ โดยขั้นตอนขณะนี้ คือ การส่งข้อมูลจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือดีจีเอ มาที่ กระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบข้อมูล คาดว่าปลายสัปดาห์นี้ข้อมูลทั้งหมดก็จะเรียบร้อย จากนั้นกระทรวงการคลังก็จะใช้เวลาในการจัดการอีก 3-4 วัน แล้วจึงส่งให้กรมบัญชีกลาง เพื่อตรวจสอบข้อมูล ก่อนโอนเงินอีก 7-8 วัน

“ยืนยันว่าเงิน 10,000 บาทสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมโอนก่อนวันที่ 29 มกราคมนี้แน่นอน ส่วนที่ว่าจะเป็นวันไหนนั้นขอเวลานัดหมายกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีก่อน จึงจะเคาะวันที่โอนเงินได้” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ทั้งนี้ วิธีการประกาศรายชื่อ จะใช้ช่องทางของแอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ” เนื่องจากเป็นช่องทางเดียวกับที่เปิดให้ลงทะเบียน เพราะฉะนั้น กระทรวงการคลังก็จะส่งผลการตรวจสอบไปให้กับทางดีจีเอ เพื่อให้นำเข้าระบบแอพพ์ทางรัฐ คาดว่าจะตรวจสอบรายชื่อได้ประมาณวันที่ 20-21 มกราคมนี้

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขณะที่กรณีที่กลุ่มผู้สูงอายุที่ได้สิทธิแต่อาจจะมีปัญหา ทำให้ไม่ได้รับเงินในรอบก่อนวันที่ 29 มกราคม อาทิ ไม่ได้ผูกบัญชีกับระบบพร้อมเพย์ ก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้จัดทำรับจ่ายซ้ำ (Try) อีก 3 รอบ เพื่อกันการตกหล่นและเป็นการให้อุทธรณ์สิทธิด้วย

Advertisement

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ส่วนผลต่อเศรษฐกิจนั้น ต้องยอมรับว่าโครงการเงิน 10,000 บาทกลุ่มผู้สูงอายุ เฟส 2 มีขนาดโครงการเล็กกว่าโครงการเฟส 1 เพราะฉะนั้น ผลที่เกิดอาจจะไม่เท่าเดิม แต่รัฐบาลก็ทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายโครงการ ได้แก่ โครงการเงินดิจิทัล เฟสที่ 3 คาดว่าจะมาในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2568 และโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน หรือ SML ที่คาดว่าจะออกมาในช่วงเดียวกัน

นายจุลพันธ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกไปแล้วหลายโครงการ คือ โครงการไร่ละพัน หรือโครงการโอนเงินไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกข้าว และโครงการอีซี่ อี-รีซีท ที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินใช้จ่ายเกิดขึ้นใหม่ราว 7 หมื่นล้านบาท ทำให้รวมแล้วเม็ดเงินกว่า 1.5 แสนล้านบาท