สคทช.ใช้ เอไอ. ยกระดับ แก้ ตรวจสอบสิทธิ จัดการที่ดิน ให้โปร่งใส เป็นธรรม
วันที่ 8 มกราคม ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เป็นประธานเปิดการสัมมนา “เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศไทย” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จัดขึ้นเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการพัฒนาเพื่อยกระดับระบบการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ

รวมทั้ง เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการพัฒนาด้านการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเร่งรัดและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) แก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกินให้กับประชาชนให้รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และมีความปลอดภัย ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ สคทช. และผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน กว่า 250 คน เข้าร่วมงานฯ ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร
ดร.รวีวรรณฯ กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบก้าวกระโดด ซึ่งเทคโนโลยี AI นับเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีประโยชน์กับงานหลากหลายประเภท ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น ซึ่ง สคทช. เล็งเห็นบทบาทสำคัญของ AI ที่จะสามารถนำมาใช้ในการขับเคลื่อนภารกิจด้านที่ดินของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลที่ดิน

“การวิเคราะห์สถานการณ์ด้านที่ดินและทรัพยากรดิน หรือแม้กระทั่งการพัฒนาระบบจัดการข้อมูลที่ดินและทรัพยากรดินที่มีความแม่นยำและทันสมัย ในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ โดยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ถือเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและการตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด เช่น การใช้ระบบ GIS ร่วมกับเทคโนโลยี AI เพื่อการเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดินในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่ง สามารถช่วยในการตรวจสอบสิทธิการถือครองที่ดิน การป้องกันการครอบครองที่ดินอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการจัดการปัญหาที่ดินทับซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีตัวอย่างการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยี AI มาใช้ในภารกิจของ สคทช. คือ 1. ความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า-GISTDA ในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบฐานข้อมูลพื้นที่ คทช. ภายใต้แพลตฟอร์มการแสดงผล Sphere 2.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 ต่อ 4000 (One Map)

3.การนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาใช้ในการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ โดยใช้ร่วมกับชุดโปรแกรมสำหรับงานโฟโตแกรมเมตรีและเครื่องมองภาพสามมิติแบบดิจิทัลเพื่อประยุกต์ใช้ในการกำหนดค่าพิกัดของภาพถ่ายทางอากาศและมองภาพสามมิติในรูปแบบดิจิทัลส่งผลให้ภาพมีความคมชัดขึ้นและสามารถขยายมาตราส่วนของภาพสามมิติได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบการพัฒนาระบบการอ่านภาพถ่ายทางอากาศด้วย AI แบบเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning : DL) 4. การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินภายใต้ คทช. อาทิ การรวมรวมข้อมูล Big Data การใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลดิน น้ำ และสภาพอากาศ เป็นต้น”

“การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และยังจะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และสร้างความเป็นธรรมให้พี่น้องประชาชนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อนการดำเนินงานในด้านนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเพื่อบูรณาการการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้การนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์สูงสุด” ดร.รวีวรรณฯ กล่าว

