กดค่าไฟ 3.70 บาทมีลุ้น! เอกชนเสนอ 6 แนวทาง ลดกำไร – ค่าพร้อมจ่าย – เปิดเสรี – พึ่งโซลาร์
เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แสดงความเห็นต่อกรณีแนวคิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการลดค่าไฟเหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย และล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุ 3.70 บาทเป็นตัวเลขเป้าหมายที่อยากจะทำให้ได้ ว่า ค่าไฟงวดปัจจุบัน(มกราคม-เมษายน2568) อยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย หากต้องการให้ลดลงเหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย หรือ 45 สตางค์ ในปีนี้ สามารถทำได้ผ่าน 6 แนวทางระยะสั้น ประกอบด้วย
- ลดไขมัน โดยการลด Margin ที่มากเกินไป ใน ทุกขั้นตอนของการจัดหา การผลิต และ จำหน่ายไฟฟ้า รวมทั้ง ลดต้นทุนเชื้อเพลิงหลัก ในการผลิตไฟฟ้า คือ NG ทั้งจากอ่าวไทย และ LNG นำเข้่า เช่น ลดค่าผ่านท่อ และการจัดหาที่มีราคาต่ำสุด แทนการกำหนดราคาเป้าหมาย เพราะด้วยระบบ Cost plus สุดท้ายจะตกมาเป็นภาระของผู้บริโภค ในที่สุด
- เจรจาปรับลดค่าพร้อมจ่ายให้เหมาะสม โดยอาจลดค่าพร้อมจ่าย (AP) ให้ต่ำลง และ โยกบางส่านมาเป็นค่าเชื้อเพลิง (EP ) สูงขึ้นไม่ใช่ให้โรงไฟฟ้าคืนทุนแบบไม่ต้องเดินโรงงาน จากภาวะ Over Supply ของโรงไฟฟ้า
- สนับสนุนให้ผลิตไฟฟ้าจาก Renewable Energy ที่ไม่มีต้นทุนค่าเชื้อเพลิง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ให้เต็มศักยภาพ ทั้งของภาคธุรกิจ และ ภาคประชาชน เพื่อลดการนำเข้าพลังงานราคาสูง เช่น LNG จากต่างประเทศ และมีระบบ Net Billing เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์คืนทุนได้เร็วขึ้น
- เปิดเสรี TPA (Third Party Access ) ของท่อ NG ทั้ง on shore และ Off shore และ สายส่งไฟฟ้า เปิดเสรี แข่งขันอย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาด
- Overhaul โรงงานไฟฟ้าเก่า(ที่หมดอายุสัญญา) ซึ่งจะมีต้นทุนการผลิต ถูกกว่าการสร้างลงทุนสร้างโรงงานไฟฟ้าใหม่ และช่วยลดปัญหา Over Supply โรงไฟฟ้า ไปในตัว
- Refinancing หนี้ ของ EGAT ด้วย การออกพันธบัตรรัฐบาล ระยะกลาง เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และยืดระยะเวลาการคืนหนี้ตามอายุพันธบัตรฯ

