หน้าแรก เศรษฐกิจ กดค่าไฟ 3.70 ...

กดค่าไฟ 3.70 บาทมีลุ้น! เอกชนเสนอ 6 แนวทาง ลดกำไร -ค่าพร้อมจ่าย-เปิดเสรี-พึ่งโซลาร์

8.01.25 | 18:53 น.
ค่าไฟ

กดค่าไฟ 3.70 บาทมีลุ้น! เอกชนเสนอ 6 แนวทาง ลดกำไร – ค่าพร้อมจ่าย – เปิดเสรี – พึ่งโซลาร์

เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แสดงความเห็นต่อกรณีแนวคิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการลดค่าไฟเหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย และล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุ 3.70 บาทเป็นตัวเลขเป้าหมายที่อยากจะทำให้ได้ ว่า ค่าไฟงวดปัจจุบัน(มกราคม-เมษายน2568) อยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย หากต้องการให้ลดลงเหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย หรือ 45 สตางค์ ในปีนี้ สามารถทำได้ผ่าน 6 แนวทางระยะสั้น ประกอบด้วย

  1. ลดไขมัน โดยการลด Margin ที่มากเกินไป ใน ทุกขั้นตอนของการจัดหา การผลิต และ จำหน่ายไฟฟ้า รวมทั้ง ลดต้นทุนเชื้อเพลิงหลัก ในการผลิตไฟฟ้า คือ NG ทั้งจากอ่าวไทย และ LNG นำเข้่า เช่น ลดค่าผ่านท่อ และการจัดหาที่มีราคาต่ำสุด แทนการกำหนดราคาเป้าหมาย เพราะด้วยระบบ Cost plus สุดท้ายจะตกมาเป็นภาระของผู้บริโภค ในที่สุด
  2. เจรจาปรับลดค่าพร้อมจ่ายให้เหมาะสม โดยอาจลดค่าพร้อมจ่าย (AP) ให้ต่ำลง และ โยกบางส่านมาเป็นค่าเชื้อเพลิง (EP ) สูงขึ้นไม่ใช่ให้โรงไฟฟ้าคืนทุนแบบไม่ต้องเดินโรงงาน จากภาวะ Over Supply ของโรงไฟฟ้า
  3. สนับสนุนให้ผลิตไฟฟ้าจาก Renewable Energy ที่ไม่มีต้นทุนค่าเชื้อเพลิง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ให้เต็มศักยภาพ ทั้งของภาคธุรกิจ และ ภาคประชาชน เพื่อลดการนำเข้าพลังงานราคาสูง เช่น LNG จากต่างประเทศ และมีระบบ Net Billing เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์คืนทุนได้เร็วขึ้น
  4. เปิดเสรี TPA (Third Party Access ) ของท่อ NG ทั้ง on shore และ Off shore และ สายส่งไฟฟ้า เปิดเสรี แข่งขันอย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาด
  5. Overhaul โรงงานไฟฟ้าเก่า(ที่หมดอายุสัญญา) ซึ่งจะมีต้นทุนการผลิต ถูกกว่าการสร้างลงทุนสร้างโรงงานไฟฟ้าใหม่ และช่วยลดปัญหา Over Supply โรงไฟฟ้า ไปในตัว
  6. Refinancing หนี้ ของ EGAT ด้วย การออกพันธบัตรรัฐบาล ระยะกลาง เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และยืดระยะเวลาการคืนหนี้ตามอายุพันธบัตรฯ