หน้าแรก เศรษฐกิจ รุ่งเรือง พิท...

รุ่งเรือง พิทยศิริ ชี้ เศรษฐกิจโลกวุ่นวาย แนะรัฐบาลเร่งฟื้นฟูศก. หาเงินกระตุ้นให้ตรงจุด

11.01.25 | 15:10 น.

รุ่งเรือง พิทยศิริ ชี้ เศรษฐกิจโลกวุ่นวาย แนะรัฐบาลเร่งฟื้นฟูศก. หาเงินกระตุ้นให้ตรงจุด


เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Drtarnofficial” ระบุว่า

ผ่านไปสัปดาห์แรกของปีใหม่ เหมือนดังที่สันนิษฐานไว้ว่า ความขมึงตึงของสภาพภูมิรัฐศาสตร์โลก ได้สร้างปรากฏการณ์ต่อตลาดเงินตลาดทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผลการประมูลพันธบัตรของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าสหรัฐ อังกฤษ ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นสูงมากที่สุดในรอบปี หากยืนยันอีกที ก็คงจะเป็นผลตอบแทนพันธบัตรสิบปี ของสหรัฐ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ได้ปรับตัวถึงร้อยละ 4.75 แล้ว เรียกว่าจะทำสถิติสูงสุด ทัดเทียมกับช่วงที่เกิดภาวะเงินตึงตัวสุดขีด ตอนที่เกิดโควิด19 ใหม่ๆ ปรากฏการณ์นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

ผมคิดว่าผลส่วนหนึ่งมันก็คงแน่นอนว่ามาจากตัวเลขเศรษฐกิจ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ที่เปิดเผยเมื่อคืน ว่ามากกว่าคาดการณ์ 135K เป็น 223K คือ ตัวเลขแสดงความร้อนแรง ทำให้ตลาดคาดว่าเฟดคงจะยืดเวลาการลดดอกเบี้ยออกไปอีกนาน มีบางที่คิดว่าปีนี้คงจะไม่ลดแล้ว หรือบางที่บอกว่ามีโอกาสที่จะขึ้นแทนที่จะลดแล้วด้วยซ้ำ

Advertisement

แต่ผมคิดว่าสภาพขมึงตึงอย่างหนัก คงไม่ได้มาจากเรื่องนี้เป็นหลัก แต่คงมาจากท่าที่ของประธานาธิบดีสหรัฐท่านใหม่ ที่แสดงความดุดันอย่างมาก ที่เที่ยวจะไปทำอะไร นอกกฎหมาย ปฏิญญาสากล แสดงความป่าเถื่อนเหนือบูรณาภาพบนดินแดนประเทศอื่นๆ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา ปานามา เดนมาร์ค ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐ หรือต้องการปรับเพิ่มอำนาจยุทธศาสตร์ทางทหารและเศรษฐกิจของสหรัฐ อย่างรีบเร่ง

จริงๆแล้ว สิ่งที่ท่านทรัมป์ ควรทำ คือ ควรพิจารณาเรื่องการบริหารจัดการเงินเฟ้อของสหรัฐให้ดี ไปพร้อมๆกับนโยบายดุดันที่คงแก้ไขอะไรไม่ได้ง่ายๆ เพราะปัญหาเงินเฟ้อภายในประเทศของตัวเอง จะเป็นจุดที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวต่อไปได้ลำบาก ในเมื่อต้นทุนทุกอย่างของประเทศท่านกำลังจะไม่ลง แต่กลับจะขึ้นอย่างมากมาย

แรงกดดันต่อตลาดเงิน ทำให้ค่าเงินของสหรัฐเองทำสถิติสูงสุดในรอบปีก็เช่นกัน และทำให้ค่าเงินในฝั่งยุโรปร่วงลงแบบหาก้นหลุมกันไม่เจอแล้ว ก็ยิ่งจะทำให้การเสียดุลการค้าของสหรัฐมีมากขึ้นไปอีก และประเทศอื่นๆ ก็จะลำบากในแง่ของเสถียรภาพทางการเงิน อำนาจการซื้อทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอังกฤษ และยุโรป รวมไปถึงจีน และอีกหลายประเทศ ซึ่งในที่สุดแล้วคงจะต้องเกิดการรวมตัว เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องพวกนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การแทรกแซงบูรณาภาพบนแผ่นดินคนอื่น มันเกินความเหมาะสมอย่างมาก หากคุณจะขึ้นภาษีในประเทศคุณ ไม่มีใครห้ามคุณได้ คุณก็คงต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจด้วยเพื่อให้คุณขึ้นภาษีกับประเทศที่คุณมีกรอบข้อตกลงทางการค้าไปแล้วและยังไม่หมดอายุ การลุกล้ำอธิปไตยทางวาจาแม้เพียงเป็นคำขู่ ไม่สามารถทำได้จริง แต่สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังว่าจะต่อรองในเรื่องการค้า การเข้าไปได้สิทธิในการลงทุนในดินแดนเหล่านั้น เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเอง เป็นการประกาศอย่างรีบเร่ง ไม่มีจังหวะว่าจะทำอะไรก่อน อะไรหลัง ประกาศไปพร้อมๆกันแบบหน้ากระดาน

สมาชิกรัฐสภาสหรัฐ จะเออออห่อหมกกับการดำเนินการทุกอย่างหรือไม่ อันนี้คงต้องเฝ้าดู แต่อย่างน้อยๆ คือมันขัดกับสิ่งที่คุณไปประกาศจัดการกับรัสเซียกรณีบุกยึดยูเครน

ทุกคนก็ได้แต่เฝ้าดู บนความเคลื่อนไหวที่เลือดสาดบนกระดานลงทุนทั่วโลก คนทั่วโลกเว้นชาวอเมริกัน คงไม่พอใจมากพอสมควร ที่เขาต้องมาเสียหายจากการลงทุนมากมาย ไม่ช้าไม่นาน คงจะมีเหตุการณ์การแทรกแซงจากธนาคารกลางหลายๆที่เพื่อประคับประคองตลาดของตน ที่ใกล้ที่สุดที่ผมเห็นว่าคงหนีไปพ้นแน่นอนคือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีค่าดัชนีเงินเฟ้อ และค่าครองชีพ ค่าแรง ปรับขึ้นมาจ่อรอการขึ้นดอกเบี้ย สยบค่าเหล่านี้ เพียงแต่ว่าจะกล้าทำในภาวะที่ตลาดขมึงตึงหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำ ก็คงต้องแทรกแซงค่าเงินตนเองในที่สุดอยู่ดี

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป จึงเห็นแต่ความวุ่นวาย ในขณะที่จีนพยายามนิ่งมากที่จะสยบความวุ่นวาย เดินทุกอย่างอย่างเป็นระบบในการประคับประคองเศรษฐกิจ ล่าสุดประกาศการอุดหนุนการบริโภคภายในประเทศ ผ่านประเภทสินค้าตั้งแต่ในครัวเรือน ยันไปถึงรถยนต์ NEV แต่ก็ยังไม่สามารถทานกระแสอันโหดร้ายของผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่ปรับสูงขึ้นจนตลาดร่วงดิ่งพร้อมกันหมด

ผมเชื่อว่าจุดกลับตัวจากการแซงแทรก หรือเหล่าที่ปรึกษาของทรัมป์คงต้องช่วยกันให้ผ่อนคลายการพูดจาลงในไม่ช้านี้ มิเช่นนั้น คงเกิดสงครามใหญ่ทางเศรษฐกิจแน่นอน

มาที่บ้านเรา ตลาดโลก เศรษฐกิจโลกวุ่นวายขนาดนี้ แต่ยังคงเห็นรัฐบาลไทย ยังไม่ได้กระวีกระวาด เพื่อหาทางกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างจริงจังเลย ผมเห็นมีข่าวใหญ่ที่ทำสองเรื่อง เรื่องแรก คือจะนำร่องซื้อขายเหรียญคริปโตในภูเก็ต กับเรื่องที่สอง คือกำหนดการยาวเหยียดที่ผู้นำทั้งสองท่านจะไปหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ ตามที่ต่างๆ

เรื่องทำแซนด์บ๊อก ซื้อขายเหรียญ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเลยครับ คนไม่มีจะกินอยู่แล้ว ควรเร่งเรื่องหลักคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หาเงินมากระตุ้นให้ได้ ให้ตรงจุด เพราะปัจจุบันมันไม่มีเงินกระตุ้นอยู่บนหน้าตักเลย มีตรงไหน กรุณาบอกมาให้เหล่านักวิเคราะห์ทราบ จะได้ช่วยให้ตลาดทุนของไทยกลับมามีชีวิตชีวาดีขึ้น

หากยังยืนพื้นกันแบบนี้ สถานีตลาดหุ้นไทยต่อไป 1300 และ 1250 เป็นไปได้เลยครับ

ปล. ติดตามผลงานได้ที่เพจ Drtarnofficial