หน้าแรก เศรษฐกิจ หอการค้าไทย ห...

หอการค้าไทย ห่วงศก.ครึ่งหลัง’68 แผ่วหนัก จี้ฟื้นความเชื่อมั่นจีน ปม ซิงซิง ทำภาคท่องเที่ยวสะดุด

13.01.25 | 16:12 น.

หอค้าไทย ร้อนใจ ศก.ครึ่งหลัง 2568 แผ่วหนัก เร่งรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้น ฟื้นวิกฤตความเชื่อมั่นคนจีนคงเที่ยวไทย คาดจีดีพีทั้งปีสูงสุด 2.9%

เมื่อวันที่ 13 มกราคม นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าขยายตัวช่วง 2.4-2.9% การส่งออกขยายตัว 1.5-2.5% อัตราเงินเฟ้อ 0.8-1.2% ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรก 2568 อาจยังมีโมเมนตัมโตต่อเนื่องจากปลายปี2567 เพราะหลายประเทศเร่งนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศก่อนถูกสหรัฐปรับขึ้นภาษี ทำให้ส่งออกช่วงครึ่งปีแรกยังโตดี แต่เศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ยังน่าเป็นห่วงมาก หลังจากมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐเริ่มส่งผล ขณะที่กระสุนกระตุ้นของรัฐบาลถูกมองว่าหมดลงแล้ว ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งหารายได้เพิ่มเพื่อนำเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ

“คงต้องตามดูว่ารัฐบาลจะหารายได้เพิ่มวิธีไหน หน่วยงานที่ดูแลนโยบายด้านการเงินและด้านการคลังควรประสานการทำงานร่วมกันในการหาเม็ดเงินเพื่อมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทางออกด้วยการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากจำเป็นควรปรับขึ้น ควรค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็ไม่เห็นด้วย หากจะปรับขึ้นแวตในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังไม่แข็งแรง เพราะจะส่งผลกระทบต่อรายได้ประชาชน และอาจทำให้เศรษฐกิจภาพรวมชะลอตัวได้” นายสนั่นกล่าว

นายสนั่นกล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ภาคเอกชนยังมีความกังวลใน 2 ประเด็น คือ เม็ดเงินที่รัฐบาลจะใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจมีไม่มากนัก และภาวะเศรษฐกิจโลก ที่จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการส่งออกของไทยให้ชะลอตัวลงได้ ดังนั้น ต้องเร่งหารายได้เพิ่ม รวมทั้งในส่วนของมาตรการในประเทศจะต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการคูณสอง หรือ คนละครึ่ง กลับมาใช้ เพื่อดึงเงินจากกระเป๋าของผู้ที่มีกำลังซื้อให้ออกมาช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้

นายสนั่นกล่าวด้วยว่า อีกประเด็นที่ต้องดูแลและเร่งส่งเสริมคือ ภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะ เร่งแก้ไขปัญหาความไม่เชื่อมั่นในตลาดจีนที่เกิดขึ้นจากปัญหา “ซิงซิง” ดาราที่หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย เนื่องจากจีนเป็นตลาดหลักของไทย รวมทั้งเร่งหามาตรการดึงดูดให้คนอินเดียเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่ม ด้านการส่งออกจะต้องมีการผลักดันการส่งออกสินค้าตัวใหม่ๆ ที่ผลิตภายในอีอีซีให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก

Advertisement

นายสนั่นกล่าวถึงเสถียรภาพทางการเมือง หลังมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ในเดือนเมษายนนี้ว่า การปรับคณะรัฐมนตรีถือเป็นเรื่องปกติของรัฐบาล โดยมองว่ารัฐบาลยังมีเสถียรภาพในการบริหารประเทศต่อได้ และเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“การปรับโดยยังมีคณะรัฐมนตรีทำงานต่อเนื่องก็จะไม่มีผลกระทบมากเท่า หากคณะรัฐมนตรีทำงานไม่ได้อย่างต่อเนื่อง โชคดีที่ประเทศไทยที่ผ่านมา แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาล แต่นโยบายยังคงเส้นคงวา ต่างประเทศยังมีความเชื่อมั่น ขณะที่ไทยเองยังมีมาตรการต้อนรับการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ” นายสนั่น กล่าว

นานสนั่นกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนความกังวลเรื่องทุนต่างชาติและสินค้าด้อยคุณภาพและราคาต่ำทะลักเข้าไทย โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากจีนนั้น หอการค้าไทยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางที่เป็นมาตรการทางการค้าของประเทศต่างๆ ในอาเซียน เพื่อเตรียมเสนอให้กับรัฐบาลใช้เป็นแนวทางในการรับมือกับการดูแลและปกป้องการค้าระหว่างประเทศของไทย คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์นี้ อาทิ ศึกษากรณีเดียวกันในอินโดนีเซีย รวมถึงสถานการณ์ในจีนด้วย