หน้าแรก เศรษฐกิจ ม.หอการค้าไทย...

ม.หอการค้าไทย เผย ศก.ฟื้นแบบตัวเคหัวกลับ คนมีเงินไม่กล้าใช้จ่าย ห่วงพิษซิงซิงกระทบเที่ยว

14.01.25 | 13:57 น.

ม.หอการค้าไทย เผย ศก.ฟื้นแบบตัวเคหัวกลับ คนมีเงินไม่ใช้จ่าย จับตาไตรมาส 1-2 ชี้ชะตาจีดีพีปี 2568

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2567 เป็น รูปตัวเค (K shape) หัวกลับ หมายถึง ที่คนรายได้น้อยกล้าใช้จ่ายมากกว่า คนรายได้ปานกลางถึงรายได้สูง เนื่องจากคนรายได้น้อยมีเงินสนับสนุนจาก การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และการแจกเงิน 10,000 บาท กลุ่มเปราะบาง และการท่องเที่ยวที่เจริญไปสู่ท่องถิ่น ส่วนคนรายได้ปานกลางถึงสูงนั้น ไม่ค่อยกล้าใช้จ่าย สะท้อนจากตัวเลขการจับจ่ายสินค้าคงทนที่มีแนวโน้มไปทางลบ หมายถึงการขายรถยนต์ ขายบ้าน มีอาการติดลบ

ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจแบบเคหัวกลับ สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนธันวาคม 2567 ที่ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 นับจากเดือนกันยายน เนื่องจาก ผู้ประกอบการยังรู้สึก ต้นทุนการผลิตแพง ไม่ว่าจะจากปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม กำลังซื้อยังไม่น้อยจากหนี้ครัวเรือนที่สูง และอีกประเด็น คือความนิ่งของการเมือง และปัจจัยภายนอก คือเรื่องสงคราม ที่มีผลต่อเรื่องราคาน้ำมันโลกที่จะสูงขึ้น

เพราะฉะนั้น ม.หอการค้า ยังมองเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะเจอกับความไมาแน่นอน คือ 1. เรื่องสงครามการค้า ที่ต้องรอการแถลงนโยบายของ นายโดนัล ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 20 มกราคมนี้ 2.ปัญหาจากสงคราม ต้องจับตาผลจากสหรัฐฯ แซงชั่น รัสเซีย จะคลายไหม ซึ่งถ้ายังไม่คลายจะมีผลต่อต้นทุนพลังงานที่จะสูงขึ้น ทำให้ยังกดดันให้เงินเฟ้อยังสูง และมีผลต่อการตัดสินใจ ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจจะลดดอกเบี้ยนโยบายเพียง 2 ครั้ง รวม 0.5% แทนที่จะลด 4 ครั้ง รวม 1% ในปี 2568

ส่วน 3.ความไม่แน่นอน เรื่องการท่องเที่ยวในประเทศ จากปัญหาข่าวเรื่องการลักพาตัวดาราจีน ดังนั้นต้องดูว่า รัฐบาลโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย และให้คนจีนกลับมาเที่ยวไทย ช่วงไตรมาสที่ 1 ได้

Advertisement

ขณะที่ ตอนนี้ยังคาดหวัง มาตรการกระตุ้นของรัฐบาล โดยในไตรมาสแรกนี้ มี โครงการ อีซี่ อี-รีซีท 2.0 ที่จะเริ่ม 16 มกราคมนี้ก็จริง แต่ก็ยังมองไม่เห็นว่าเม็ดเงินมาเมื่อไหร่ การแจกเงิน 1 หมื่นบาทกลุ่มผู้สูงอายุ ที่จะมาในช่วงตรุษจีน และ ต้องตามผลตอบรับจากโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ทั้งนี้ ม.หอการค้ายังอยากเห็นมาตรการคูณสอง ซ้ำ เพื่อกระตุกเศรษฐกิจในไตรมาสที่1

ฉะนั้นช่วงไตรมาสที่ 1-2 ของปี 2568 จะเป็นตัวกำหนดเศรษฐกิจของทั้งปี โดยม.หอการค้ยังประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจ ปี 2568 ที่ 3% และมองในเชิงบวก สอดคล้องกับที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พูดในงานสัมมนา ว่ารัฐบาลจะทำทุกทาง เพื่อเศรษฐกิจไทยโตเกิน 3% ซึ่งม.หอการค้าไทยเชื่อว่าประเทศเรามีศักยภาพทำได้

PR_UTCC