พณ.ลุยโปรโมตส่งออกปี’68 อัดกว่า 700 กิจกรรม สร้างรายได้ 92,363 ล้านบาท เปิดลุคใหม่ Thai SELECT เทียบมิชลิน พ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 14 มกราคม น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภารกิจภายใต้ “DITP Creates Possibilities ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปตลาดโลก” ว่าในปี 2568 กรมมีกำหนดดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกในปีงบประมาณ 2568 ผ่าน 510 กิจกรรมสำคัญ และหากรวมกิจกรรมย่อยจะเป็นกว่า 700 กิจกรรม โดยเตรียมงบประมาณราว 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้ารวมประมาณ 92,363 ล้านบาท มีผู้ประกอบการของไทยที่ได้รับประโยชน์กว่า 261,804 ราย และเป็นส่วนสำคัฐต่อการช่วยเร่งผลักดันการส่งออกของไทยให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
น.ส.สุนันทากล่าวว่า ในปี 2568 กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าการส่งออกไทยขยายตัวไม่ต่ำกว่า 2-3% และสร้างมูลค่าทะลุ 10 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับภาคเอกชน และนโยบายของ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
น.ส.สุนันทากล่าวด้วยว่า จากที่มีการพูดคุยกับภาคเอกชนยังมั่นใจว่าการส่งออกของไทยยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังหลักๆ คือ 1.ผลกระทบจากนโยบายทรัมป์ 2.0 2.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ 3.สภาพภูมิอากาศ 4.ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อาทิ จากการปรับขึ้นค่าแรงรายวัน อย่างไรก็ตาม พบว่าภาคเอกชนมีการเตรียมความพร้อมในการรับมือปัจจัยต่างๆ แล้ว และกรมจะเป็นตัวผลักดันและร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดและลงลึก เพื่อรับมือและแก้ปัญหาต่างๆในเชิงรุกต่อ
“ได้กำชับกับทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 58 แห่งทั่วโลก ให้ติดตามและปรับการทำงานในเชิงรุก โดยจะมีหลายโครงการปรับเปลี่ยนเน้นยกระดับเพิ่มมูลค่า อาทิ ปรับโฉมร้านอาหาร Thai SELECT ที่มีทั่วโลกกว่า 1,600 แห่ง ยกระดับให้เทียบชั้นมิชลิน โดยจะมีการปรับหลักเกณฑ์เป็นให้ดาว 1-3 ดาว และจะมีการเปิดตัวช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ในงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX Anuga Asia โดยเด่นการเพิ่มความโดดเด่นของเมนู รสชาติ และความเป็นเอกลักษณ์ของไทย หวังช่วยเพื่อรายได้ร้านอาหารและการส่งออกอาหารไปทั่วโลกอีก 5-10% ส่วนจำนวนร้านอาหาร ยังไม่มีนโยบายปรับเพิ่มจำนวนร้านมากนัก และยังเน้นการโปรโมตสินค้าและบริการตามนโยบายผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยไปสู่โลก” น.ส.สุนันทากล่าว
สำหรับกิจกรรมสำคัญของกรมในปี 2568 ประกอบด้วย ด้านการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ จะมีการเปิดทั้งหลักสูตรออฟไลน์และออนไลน์กว่า 109 หลักสูตร โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่ (NEA) สร้างผู้ส่งออกรายใหม่เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจ ด้านการพัฒนาสินค้าและบริการ จะเดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ด้วยแบรนด์ นวัตกรรม และการออกแบบ รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าไทยและประเทศไทย ผ่านหลายกิจกรรม
อาทิ 1.โครงการส่งเสริมนักออกแบบและผู้ประกอบการ SMEs (Designers’ Room /Talent Thai/ Creative Studio Promotion) ระหว่างวันที่ 13 ม.ค.2567-31 พ.ค.2568 2.กิจกรรม TTE Character Contest โดยเปิดรับผลงาน art toy ประกวดเข้าชิงรางวัล และจัดแสดงในงาน Thailand Toy Expo 2025 ระหว่างวันที่ 4-7 เม.ย. 2568 ณ Central World กรุงเทพฯ 3.โครงการเสริมสร้างศักยภาพและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่ความยั่งยืน ปี 2568 (Carbon Neutrality 2025 : Carbon Footprint Focus)
ด้านการส่งเสริมและพัฒนาช่องทางการตลาด จะจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตรอื่นๆ เพื่อรองรับมาตรการกีดกันทางการค้า ปีที่ 6 วันที่ 5 ก.พ. และจัดงานแสดงสินค้านานาชาติในไทย อาทิ Bangkok Gems and Jewelry Fair (22-26 ก.พ.), Bangkok Design Week 2025 (งานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ) (8-23 ก.พ.), THAIFEX Horec Asia (5-7 มี.ค.), ADFEST (20-22 มี.ค.) , Bangkok Rights Fair 2025 (28-29 มี.ค.), STYLE Bangkok (2-6 เม.ย.), TAPA (3-5 เม.ย.), THAIFEX Anuga Asia (27-31 พ.ค.), TILOG-Logistix (20-22 ส.ค.) และ Bangkok Gems and Jewelry Fair (9-13 ก.ย.) ขณะเดียวกัน จะเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและบริการในต่างประเทศด้วย
สำหรับการเปิดประตูโอกาสทางการค้าเชิงรุก ได้กำหนดจัดคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ (Goodwill Mission) นำโดยนายพิชัย เพื่อเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์ เปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทย อาทิ สหรัฐ-ชิคาโกและนิวยอร์ก (2-10 ก.พ.) สวิตเซอร์แลนด์-เจนีวา (15-20 ก.พ.) ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (16-21 ก.พ.) ฮ่องกง (มี.ค.) แคนาดาและนิวยอร์ก (24 มี.ค.-2 เม.ย)
สำรวจเส้นทางผลไม้ เชียงของ-เวียงจันทน์-คุนหมิง (26-29 มี.ค.) และคานส์ ฝรั่งเศส (13-21 พ.ค.) เป็นต้น ขณะเดียวกัน กรมจะนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและบริการในต่างประเทศ อาทิ ยุโรป สหรัฐ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ ตะวันออกกลางและอาเซียน ด้วย
และจะจัดงานแสดงสินค้าไทย TOP Thai Brands/Thailand Week เจาะเมืองและมณฑลของประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ จีน ที่เฉิงตู เซินเจิ้น คุนหมิง เซี่ยเหมิน อินเดีย ที่บังกาลอร์ เจนไน นิวเดลี เวียดนาม ที่ไฮฟอง โฮจิมินห์ ฟิลิปปินส์ ที่มะนิลา เซบู บังกาลาเทศ ที่ธากา เนปาล ที่กาฐมานฑุ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ที่จาการ์ตา มาเลเซีย ที่กัวลาลัมเปอร์ โกตาคินาบาลู ฟิลิปปินส์ ที่เซบู สปป.ลาว ที่เชียงขวาง และกัมพูชา ที่เสียมเรียบ รวมทั้งจะจัดคณะผู้แทนการค้าไปเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ อาทิ ธุรกิจภาพยนตร์และละครซีรีส์ ไต้หวัน (12-15 ก.พ.) สินค้าอุตสาหกรรม มาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์) และเวียดนาม (โฮจิมินห์) (10-14 ก.พ.) สุขภาพและความงาม กรุงพนมเปญ กัมพูชา (5-7 มี.ค.) สินค้าแม่และเด็ก เวียดนาม (13-15 มี.ค.) สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงและธุรกิจแฟรนไชส์มุมไบ อินเดีย (มี.ค.) สุขภาพและความงาม กวางโจว จีน (13-16 พ.ค.) สินค้าของใช้ในบ้าน (houseware) เจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย
ด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (In-store Promotion) ผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่/แพลตฟอร์มออนไลน์ จัดกิจกรรมร่วมกับแพลตฟอร์ม Rakuten ญี่ปุ่น Shopee สิงคโปร์ Amazon สหรัฐ และมีแผนที่จะส่งเสริม Soft Power ไทยสู่เวทีโลก โดยมีแผนผลักดัน ได้แก่ 1.อาหาร ผ่านโครงการ Thai SELECT 2.บริการ อาทิ ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ ซีรีส์วาย บริการสุขภาพ หนังสือ เกม มวย 3.สินค้าแฟชั่น OTOP ไทย และ 4.การสร้างแบรนด์ประเทศไทย ประชาสัมพันธ์ Think Thailand
“กรมจะเป็นช่องทางที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการให้เติบโต และสนับสนุนเด็กรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมทำงานกับเรา จะเห็นเด็ก Gen Z มีความสามารถระดับโลกเยอะ กรมฯพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ สำหรับการทำงานในปีนี้เราพยายามทำงานเชิงรุก ลงลึกให้มากขึ้นเพราะเราจะเป็นอีกกลไกสำคัญเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทย ขอให้เข้ามาติดต่อที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ได้” น.ส.สุนันทากล่าว

