หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่อง 6 ยักษ์ก...

ส่อง 6 ยักษ์กาสิโนโลก บิ๊กทุนไทย สนใจลุย ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ แสนล้าน

15.01.25 | 21:52 น.

ส่อง 6 ยักษ์กาสิโนโลก บิ๊กทุนไทย สนใจลุย ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ แสนล้าน

กลับมากลายเป็น ”ทอล์กออฟเดอะทาวน์” อีกครั้ง หลังคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดวันที่ 13 มกราคม 2568 ผ่าน ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ อย่างฉลุย

รอลุ้นฝ่าด่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสภาผู้แทนราษฎรเปิดไฟเขียว คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 7-9 เดือน

รายละเอียดร่างพ.ร.บ. นอกจากจะมีเรื่องโครงสร้างคณะกรรมต่างๆที่จะต้องมาขับเคลื่อนโครงการแล้ว ยังมีการกำหนดประเภทธุรกิจสถานบันเทิง มี 10 ประเภท ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, ร้านอาหาร, ไนต์คลับดิสโกเธค ผับหรือบาร์,สนามกีฬา, ยอรืซและครูซซิ่งคลับ,สถานที่เล่นเกม,สระว่ายน้ำและสวนน้ำ,สวนสนุก ,พื้นที่สำหรับส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้าโอทอป และกิจการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด

รวมถึงยังกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไว้อย่างชัดเจน โดยการขอรับใบอนุญาต ครั้งละ 1 แสนบาท ใบอนุญาตครั้งแรกฉบับละ 5,000 ล้านบาท รายปีปีละ 1,000 ล้านบาท ใบอนุญาตต่ออายุฉบับละ 5,000 ล้านบาท รายปีปีละ 1,000 ล้านบาท ใบแทนใบอนุญาตฉบับละ 1 แสนบาท ค่าเข้าสภานประกอบการกาสิโนของผู้มีสัญชาติไทย ครั้งละ 5,000 บาท

Advertisement

ขณะที่พื้นที่เป้าหมายนั้น ทางรัฐบาลเริ่มแย้มออกมาแล้วว่า จะเน้นพื้นที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักและเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวม 5 พื้นที่ อยู่ใน กรุงเทพ 2 แห่ง พัทยา 1 แห่ง ภูเก็ต 1 แห่ง เชียงใหม่ 1 แห่ง โดยใช้เงินลงทุนแห่งละ 50,000-100,000 ล้านบาท

ผู้สนใจจะต้องมีคุณสมบัติ ต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือต้องเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนในประเทศไทยและต้องมีทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท

อ่านข่าวเล็งเปิด เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ปี 72 ตัดหน้าโอซาก้า เผย นักลงทุนต่างชาติสนใจพรึบ

เปิดโฉม 6 ยักษ์กาสิโนบุกไทย

ท่ามกลางการนับถอยหลัง ”คิกออฟ” เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนทั้งไทยและต่างชาติ เดินสายเจรจาจับคู่ร่วมลงทุนกันอย่างคึกคักต่อเนื่อง

แหล่งข่าววงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มทุนต่างชาติประมาณ 5-6 ราย ที่มีการเคลื่อนไหวหาพันธมิตรคนไทย และสนใจจะร่วมลงทุนโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์รวมถึงกาสิโนถูกกฎหมาย ของรัฐบาล โดยเป็นกลุ่มทุนหลังมาจากเอเชีย ยุโรปและอเมริกา

ประกอบด้วย

  1. Las Vegas Sands Corporation มีการลงทุนในประเทศอเมริกา สิงคโปร์ มาเก๊า
  2. Wynn Resorts ลงทุนในประเทศสหรัฐและมาเก๊า
  3. Caesars Entertainment ลงทุนในสหราชอาณาจักร
  4. MGM China Holdings Limited ลงทุนในมาเก๊า
  5. Hard Rock International ลงทุนในสหรัฐอเมริกา
  6. กลุ่มMelco Resorts & Entertainment ลงทุนในมาเก๊า

“หลังรัฐบาลมีแผนจะเดินหน้าโครงการ มีนักลงทุนสนใจเจรจากับนักลงทุนไทย เพื่อลงทุนแต่ละธุรกิจที่อยู่ในโครงการ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร ไนต์คลับ สนามกีฬา ยอร์ช สวนน้ำ สวนสนุก เป็นต้นโดยทุกเจ้าที่เอ่ยชื่อมาแสดงความสนใจทั้งหมดและแต่ละรายก็คุยกับนักลงทุนไทยหลายราย รวมถึงขอดูรายละเอียดที่ชัดเจนจากรัฐบาลที่จะกำหนดเป็นเงื่อนไขออกมา ”แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนนักลงทุนไทยที่เคยมีชื่อปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ก็มีความสนใจทุกรายเช่นกัน ตอนนี้ทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติก็ยังคุยกันอยู่ ในระหว่างรอความชัดเจนในแง่ของกฎหมายและรายละเอียดจากรัฐบาล โดยกลุ่มที่รุกหนักมากที่สุด คือ กลุ่มมาเก๊า เพราะมีหลายรายที่ทำธุรกิจด้านนี้และเขาอยู่ใกล้ประเทศไทยมากกว่า

แฟ้มภาพ

”สวนสยาม”จ่อคุยพาร์ทเนอร์เอเชีย

นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพาร์คซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสวนน้ำสวนสนุกสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยามเดิม) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทราบข่าวร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ได้ผ่านการพิจารณาจากครม.แล้ว ซึ่งบริษัทยังยืนยันว่าสนใจจะลงทุนโครงการ บนที่ดิน 500 ไร่ ย่านมีนบุรี

โดยจะเป็นการแปลงสินทรัพย์สวนสยามมีโครงสร้างเดิมอยู่ทั้งสวนสนุก สวนน้ำ บางกอกเวิลด์ (แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม) รวมทั้งที่ดิน 250 ไร่และที่ดินของในเครืออีก 250 ไร่ รวมเป็น 500 ไร่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท มาลงทุนในโครงการ ส่วนอีก 5 หมื่นล้านบาทจะระดมทุนจากพันธมิตรต่างประเทศที่มีประสบการณ์ทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รวมเป็น 1 แสนล้านบาท

“ก่อนหน้านี้มีนักลงทุนต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอเชีย และคนไทยหลายรายมาคุยกับเรา แต่ยังไม่มีข้อสรุปร่วมกัน เพราะต้องรอดูรายละเอียดโครงการ เงื่อนไขจากรัฐบาลก่อน หลังจากนี้เราจะทำรายละเอียดเพื่อไปคุยกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง”นายวุฒิชัยกล่าว
ทายาทสวนสยามยังย้ำด้วยว่า ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดต้องมีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาทนั้น ไม่น่าจะมีปัญหา สิ่งสำคัญคือที่ดินและโลเกชั่นที่เหมาะสมมากกว่า ซึ่งเรามองว่า 500 ไร่ที่เรามีนั้นมีความเหมาะสมจะสามารถพัฒนาโครงการได้ อยู่ใกล้สนามบิน รถไฟฟ้า หากรัฐบาลระบุว่าต้องเป็นพื้นที่ใหม่ เราก็ต้องขอนิยามชัดๆ อย่างไรก็ตามเราสามารถรื้อโครงสร้างเดิมที่ไม่กระทบกับสวนน้ำสวนสนุกเดิมมาพัฒนาใหม่ได้

นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพาร์คซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสวนน้ำสวนสนุกสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยามเดิม)

”ราชตฤณมัย”ปักธงกทม.-ภูเก็ต-พัทยา

ด้าน ”พันเอกพันธุ์ธัช แสงโชติ” กรรมการอำนวยการและเลขาธิการกิตติมศักดิ์ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนามม้านางเลิ้ง) เปิดเผยว่า สนใจจะลงทุนโครงการสปอร์ตและเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ใน 3 พื้นที่ ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาลพอดี

ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ ย่านหนองจอก เนื้อที่ 3,000 ไร่ ใช้เงินลงทุน 1.2 แสนล้านบาท ปัจจุบันรวบรวมที่ดินได้ครบแล้ว โดยโมเดลการพัฒนาจะคล้ายของเดิมที่เคยเปิดตัวไปเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา อาทิ สนามม้าและธุรกิจเกี่ยวกับการแข่งม้า โรงแรม ศูนย์ประชุม สนามกีฬา ยอร์ชคลับ เป็นต้น ซึ่งมีนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และม้าแข่งจากฮ่องกงและจีนให้ความสนใจลงทุน

2.ภูเก็ต จะพัฒนาบนพื้นที่ 2 ส่วน คือ พื้นที่เกาะส่วนตัว 275 ไร่ ย่านอ่าวปอ และอีก 700 ไร่ อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยจะพัฒนาเป็นโครงการเดียวกัน ลงทุนประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งมีกลุ่มทุนโมนาโก ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกาสิโน สนใจจะร่วมลงทุน ภายในโครงการจะมีรีสอร์ต พูลวิลล่า โรงแรมระดับ 5-7 ดาว มารีน่า เป็นต้น

3.พัทยาใกล้กับจ.ระยอง อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) มีเนื้อที่ประมาณ 1,570 ไร่ อยู่ติดถนนสุขุมวิท ติดทะเล ห่างจากสนามบินอู่ตะเภาประมาณ 10 กม. ล่าสุดได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU)กับท้องถิ่นเพื่อขอใช้พื้นที่สำหรับพัฒนาโครงการแล้ว ใช้เงินลงทุน 1.5 แสนล้านบาท จะพัฒนาเป็นสมาร์ทซิตี้หรือเมืองอัจฉริยะ

“การลงทุนจะมีออกพันธบัตรและระดมทุนผ่านกองทุน มีเป้าหมาย 2 แสนล้านบาท สำหรับเดินหน้าที่กรุงเทพฯกับภูเก็ตเป็นการนำร่องก่อน ซึ่งแต่ละขั้นตอนยังต้องใช้เวลาในการดำเนินการ และคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จพร้อมกับที่รัฐบาลประกาศเงื่อนไขการขอใบอนุญาตสถานบันเทิงครบวงจรพอดี โดยเงินทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาทที่วางไว้นั้น ไม่มีปัญหา”พันเอกพันธุ์ธัชกล่าว

ทุนค้าปลีก-อสังหาไทยสนพรึ่บ

ก่อนหน้านี้มีนักลงทุนไทยหลากวงการที่ให้ความสนใจโครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ว่า บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บมจ.การบินกรุงเทพ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง และบมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ผู้รับสัมปทานพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ นำพื้นที่ 1,200-1,500 ไร่ พัฒนาเป็นเมืองการบิน มีกิจกรรม 24 ชั่วโมง หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ประกอบด้วยพื้นที่หลายส่วน อาทิ งานแสดงสินค้าและการจัดประชุม อารีน่า 12,000 ที่นั่ง ศูนย์การค้าระดับโลก โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับ 3-6 ดาว เมดิคัลฮับ สำนักงานเกรดเอ แหล่งช้อปปิ้งดิวตี้ฟรี สนามแข่งรถฟอร์มูลาวัน เป็นต้น ส่วนสถานบันเทิงและกาสิโนทางบริษัทก็พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล หากมีความชัดเจน เพื่อร่วมดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ให้มากที่สุด

ขณะที่“กลุ่มเดอะมอลล์”กำลังคุยกับนักลงทุนกาสิโนจากต่างประเทศ 3-4 ราย ได้แก่ ลาสเวกัส ,วินน์ มาเก๊า ,กลุ่มบริษัท มาริน่า เบย์ แซนด์ จากสิงคโปร์ รวมถึงกลุ่มนักลงทุนจีน โดยมีแผนจะปรับโครงการมิกซ์ยูส ”แบงค็อก มอลล์” ย่านบางนา-ตราด เนื้อที่กว่า 100 ไร่ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีกำหนดสร้างเสร็จปี 2570 รองรับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เช่นกันหากเงื่อนไขเปิดให้ดำเนินการได้ ขณะเดียวกัน”เดอะมอลล์”ยังมีที่ดินที่ภูเก็ตอีกหลาย 100 ไร่ที่สามารถนำมาพัฒนาได้

ด้าน“บริษัท พราว กรุ๊ป จำกัด” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม สวนสนุกสวนน้ำในหัวหินและภูเก็ต มีความสนใจจะลงทุนพัฒนาโครงการในพื้นที่ภูเก็ตและพังงา รอความชัดเจนโครงการจากรัฐบาล ทั้งด้านกฎหมาย พื้นที่ ใบอนุญาต รวมถึงหาพาร์ทเนอร์ร่วมลงทุนด้วย

ล่าสุด ”พสุ ลิปตพัลลภ”กรรมการบริหาร บริษัท พราว กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่บริษัทก็เปิดกว้างในการหาพันธมิตร และมีความสนใจโครงการ เนื่องจากทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยมองว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในพื้นที่ที่โครงการไปตั้งได้ โดยหากบริษัทเข้าร่วมลงทุนก็สนใจพื้นที่ภูเก็ตกับพังงา และธุรกิจสวนน้ำในประเทศไทยก็มีไม่กี่ราย

ยังมี ”กลุ่มซีพี” ผู้รับสัมปทานรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) รวมถึงได้สิทธิการพัฒนาโครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานี ก็สนใจพัฒนาโครงกาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์เช่นกัน

ล่าสุด “บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)” ได้ตั้งบริษัท อันดามัน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาทสนใจจะลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ภูเก็ตและพังงา

รวมถึง “บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” ซึ่ง ”ธงชัย บุศราพันธ์” รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ระบุว่าโนเบิลมีความสนใจลงทุนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เนื่องจากกลุ่มบีทีเอสซึ่งเป็นพันธมิตรลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯ มีแผนจะพัฒนาเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่สนามบินอู่ตะเภาอยู่แล้ว และได้มีการหารือกันในส่วนของการพัฒนาอสังหาฯ โดยโนเบิลมีความเชี่ยวชาญตลาดอสังหาต่างชาติอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้ ”พอลล์ กาญจนพาสน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด แย้มว่า สนใจลงทุนโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยมองว่าพื้นที่ในเมืองทองธานี เหมาะที่จะลงทุนทำโครงการประเภทดังกล่าว และในปี 2568 จะเปิดบริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีชมพู ที่เชื่อมสายหลักเข้าสู่เมืองทองธานี ทำให้มีความสะดวกในการเดินทาง อย่างไรก็ตามยังต้องรอดูนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐอีกครั้ง ปัจจุบันมีที่ดินยังไม่พัฒนาร่วม 1,000 ไร่ ในนี้มีประมาณ 200-300 ไร่ ติดทะเลสาบ

เป็นโฉมหน้าบิํกทุน ที่เผยออกมาในเวลานี้