ส่อง 6 ยักษ์กาสิโนโลก บิ๊กทุนไทย สนใจลุย ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ แสนล้าน
กลับมากลายเป็น ”ทอล์กออฟเดอะทาวน์” อีกครั้ง หลังคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดวันที่ 13 มกราคม 2568 ผ่าน ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ อย่างฉลุย
รอลุ้นฝ่าด่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสภาผู้แทนราษฎรเปิดไฟเขียว คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 7-9 เดือน
รายละเอียดร่างพ.ร.บ. นอกจากจะมีเรื่องโครงสร้างคณะกรรมต่างๆที่จะต้องมาขับเคลื่อนโครงการแล้ว ยังมีการกำหนดประเภทธุรกิจสถานบันเทิง มี 10 ประเภท ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, ร้านอาหาร, ไนต์คลับดิสโกเธค ผับหรือบาร์,สนามกีฬา, ยอรืซและครูซซิ่งคลับ,สถานที่เล่นเกม,สระว่ายน้ำและสวนน้ำ,สวนสนุก ,พื้นที่สำหรับส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้าโอทอป และกิจการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด
รวมถึงยังกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไว้อย่างชัดเจน โดยการขอรับใบอนุญาต ครั้งละ 1 แสนบาท ใบอนุญาตครั้งแรกฉบับละ 5,000 ล้านบาท รายปีปีละ 1,000 ล้านบาท ใบอนุญาตต่ออายุฉบับละ 5,000 ล้านบาท รายปีปีละ 1,000 ล้านบาท ใบแทนใบอนุญาตฉบับละ 1 แสนบาท ค่าเข้าสภานประกอบการกาสิโนของผู้มีสัญชาติไทย ครั้งละ 5,000 บาท
ขณะที่พื้นที่เป้าหมายนั้น ทางรัฐบาลเริ่มแย้มออกมาแล้วว่า จะเน้นพื้นที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักและเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวม 5 พื้นที่ อยู่ใน กรุงเทพ 2 แห่ง พัทยา 1 แห่ง ภูเก็ต 1 แห่ง เชียงใหม่ 1 แห่ง โดยใช้เงินลงทุนแห่งละ 50,000-100,000 ล้านบาท
ผู้สนใจจะต้องมีคุณสมบัติ ต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือต้องเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนในประเทศไทยและต้องมีทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท
อ่านข่าว – เล็งเปิด เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ปี 72 ตัดหน้าโอซาก้า เผย นักลงทุนต่างชาติสนใจพรึบ

เปิดโฉม 6 ยักษ์กาสิโนบุกไทย
ท่ามกลางการนับถอยหลัง ”คิกออฟ” เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนทั้งไทยและต่างชาติ เดินสายเจรจาจับคู่ร่วมลงทุนกันอย่างคึกคักต่อเนื่อง
แหล่งข่าววงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มทุนต่างชาติประมาณ 5-6 ราย ที่มีการเคลื่อนไหวหาพันธมิตรคนไทย และสนใจจะร่วมลงทุนโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์รวมถึงกาสิโนถูกกฎหมาย ของรัฐบาล โดยเป็นกลุ่มทุนหลังมาจากเอเชีย ยุโรปและอเมริกา
ประกอบด้วย
- Las Vegas Sands Corporation มีการลงทุนในประเทศอเมริกา สิงคโปร์ มาเก๊า
- Wynn Resorts ลงทุนในประเทศสหรัฐและมาเก๊า
- Caesars Entertainment ลงทุนในสหราชอาณาจักร
- MGM China Holdings Limited ลงทุนในมาเก๊า
- Hard Rock International ลงทุนในสหรัฐอเมริกา
- กลุ่มMelco Resorts & Entertainment ลงทุนในมาเก๊า
“หลังรัฐบาลมีแผนจะเดินหน้าโครงการ มีนักลงทุนสนใจเจรจากับนักลงทุนไทย เพื่อลงทุนแต่ละธุรกิจที่อยู่ในโครงการ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร ไนต์คลับ สนามกีฬา ยอร์ช สวนน้ำ สวนสนุก เป็นต้นโดยทุกเจ้าที่เอ่ยชื่อมาแสดงความสนใจทั้งหมดและแต่ละรายก็คุยกับนักลงทุนไทยหลายราย รวมถึงขอดูรายละเอียดที่ชัดเจนจากรัฐบาลที่จะกำหนดเป็นเงื่อนไขออกมา ”แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนนักลงทุนไทยที่เคยมีชื่อปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ก็มีความสนใจทุกรายเช่นกัน ตอนนี้ทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติก็ยังคุยกันอยู่ ในระหว่างรอความชัดเจนในแง่ของกฎหมายและรายละเอียดจากรัฐบาล โดยกลุ่มที่รุกหนักมากที่สุด คือ กลุ่มมาเก๊า เพราะมีหลายรายที่ทำธุรกิจด้านนี้และเขาอยู่ใกล้ประเทศไทยมากกว่า

”สวนสยาม”จ่อคุยพาร์ทเนอร์เอเชีย
นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพาร์คซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสวนน้ำสวนสนุกสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยามเดิม) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทราบข่าวร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ได้ผ่านการพิจารณาจากครม.แล้ว ซึ่งบริษัทยังยืนยันว่าสนใจจะลงทุนโครงการ บนที่ดิน 500 ไร่ ย่านมีนบุรี
โดยจะเป็นการแปลงสินทรัพย์สวนสยามมีโครงสร้างเดิมอยู่ทั้งสวนสนุก สวนน้ำ บางกอกเวิลด์ (แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม) รวมทั้งที่ดิน 250 ไร่และที่ดินของในเครืออีก 250 ไร่ รวมเป็น 500 ไร่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท มาลงทุนในโครงการ ส่วนอีก 5 หมื่นล้านบาทจะระดมทุนจากพันธมิตรต่างประเทศที่มีประสบการณ์ทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รวมเป็น 1 แสนล้านบาท
“ก่อนหน้านี้มีนักลงทุนต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอเชีย และคนไทยหลายรายมาคุยกับเรา แต่ยังไม่มีข้อสรุปร่วมกัน เพราะต้องรอดูรายละเอียดโครงการ เงื่อนไขจากรัฐบาลก่อน หลังจากนี้เราจะทำรายละเอียดเพื่อไปคุยกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง”นายวุฒิชัยกล่าว
ทายาทสวนสยามยังย้ำด้วยว่า ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดต้องมีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาทนั้น ไม่น่าจะมีปัญหา สิ่งสำคัญคือที่ดินและโลเกชั่นที่เหมาะสมมากกว่า ซึ่งเรามองว่า 500 ไร่ที่เรามีนั้นมีความเหมาะสมจะสามารถพัฒนาโครงการได้ อยู่ใกล้สนามบิน รถไฟฟ้า หากรัฐบาลระบุว่าต้องเป็นพื้นที่ใหม่ เราก็ต้องขอนิยามชัดๆ อย่างไรก็ตามเราสามารถรื้อโครงสร้างเดิมที่ไม่กระทบกับสวนน้ำสวนสนุกเดิมมาพัฒนาใหม่ได้

”ราชตฤณมัย”ปักธงกทม.-ภูเก็ต-พัทยา
ด้าน ”พันเอกพันธุ์ธัช แสงโชติ” กรรมการอำนวยการและเลขาธิการกิตติมศักดิ์ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนามม้านางเลิ้ง) เปิดเผยว่า สนใจจะลงทุนโครงการสปอร์ตและเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ใน 3 พื้นที่ ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาลพอดี
ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ ย่านหนองจอก เนื้อที่ 3,000 ไร่ ใช้เงินลงทุน 1.2 แสนล้านบาท ปัจจุบันรวบรวมที่ดินได้ครบแล้ว โดยโมเดลการพัฒนาจะคล้ายของเดิมที่เคยเปิดตัวไปเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา อาทิ สนามม้าและธุรกิจเกี่ยวกับการแข่งม้า โรงแรม ศูนย์ประชุม สนามกีฬา ยอร์ชคลับ เป็นต้น ซึ่งมีนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และม้าแข่งจากฮ่องกงและจีนให้ความสนใจลงทุน
2.ภูเก็ต จะพัฒนาบนพื้นที่ 2 ส่วน คือ พื้นที่เกาะส่วนตัว 275 ไร่ ย่านอ่าวปอ และอีก 700 ไร่ อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยจะพัฒนาเป็นโครงการเดียวกัน ลงทุนประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งมีกลุ่มทุนโมนาโก ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกาสิโน สนใจจะร่วมลงทุน ภายในโครงการจะมีรีสอร์ต พูลวิลล่า โรงแรมระดับ 5-7 ดาว มารีน่า เป็นต้น
3.พัทยาใกล้กับจ.ระยอง อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) มีเนื้อที่ประมาณ 1,570 ไร่ อยู่ติดถนนสุขุมวิท ติดทะเล ห่างจากสนามบินอู่ตะเภาประมาณ 10 กม. ล่าสุดได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU)กับท้องถิ่นเพื่อขอใช้พื้นที่สำหรับพัฒนาโครงการแล้ว ใช้เงินลงทุน 1.5 แสนล้านบาท จะพัฒนาเป็นสมาร์ทซิตี้หรือเมืองอัจฉริยะ
“การลงทุนจะมีออกพันธบัตรและระดมทุนผ่านกองทุน มีเป้าหมาย 2 แสนล้านบาท สำหรับเดินหน้าที่กรุงเทพฯกับภูเก็ตเป็นการนำร่องก่อน ซึ่งแต่ละขั้นตอนยังต้องใช้เวลาในการดำเนินการ และคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จพร้อมกับที่รัฐบาลประกาศเงื่อนไขการขอใบอนุญาตสถานบันเทิงครบวงจรพอดี โดยเงินทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาทที่วางไว้นั้น ไม่มีปัญหา”พันเอกพันธุ์ธัชกล่าว

ทุนค้าปลีก-อสังหาไทยสนพรึ่บ
ก่อนหน้านี้มีนักลงทุนไทยหลากวงการที่ให้ความสนใจโครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ว่า บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บมจ.การบินกรุงเทพ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง และบมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ผู้รับสัมปทานพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ นำพื้นที่ 1,200-1,500 ไร่ พัฒนาเป็นเมืองการบิน มีกิจกรรม 24 ชั่วโมง หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ประกอบด้วยพื้นที่หลายส่วน อาทิ งานแสดงสินค้าและการจัดประชุม อารีน่า 12,000 ที่นั่ง ศูนย์การค้าระดับโลก โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับ 3-6 ดาว เมดิคัลฮับ สำนักงานเกรดเอ แหล่งช้อปปิ้งดิวตี้ฟรี สนามแข่งรถฟอร์มูลาวัน เป็นต้น ส่วนสถานบันเทิงและกาสิโนทางบริษัทก็พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล หากมีความชัดเจน เพื่อร่วมดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ให้มากที่สุด
ขณะที่“กลุ่มเดอะมอลล์”กำลังคุยกับนักลงทุนกาสิโนจากต่างประเทศ 3-4 ราย ได้แก่ ลาสเวกัส ,วินน์ มาเก๊า ,กลุ่มบริษัท มาริน่า เบย์ แซนด์ จากสิงคโปร์ รวมถึงกลุ่มนักลงทุนจีน โดยมีแผนจะปรับโครงการมิกซ์ยูส ”แบงค็อก มอลล์” ย่านบางนา-ตราด เนื้อที่กว่า 100 ไร่ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีกำหนดสร้างเสร็จปี 2570 รองรับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เช่นกันหากเงื่อนไขเปิดให้ดำเนินการได้ ขณะเดียวกัน”เดอะมอลล์”ยังมีที่ดินที่ภูเก็ตอีกหลาย 100 ไร่ที่สามารถนำมาพัฒนาได้
ด้าน“บริษัท พราว กรุ๊ป จำกัด” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม สวนสนุกสวนน้ำในหัวหินและภูเก็ต มีความสนใจจะลงทุนพัฒนาโครงการในพื้นที่ภูเก็ตและพังงา รอความชัดเจนโครงการจากรัฐบาล ทั้งด้านกฎหมาย พื้นที่ ใบอนุญาต รวมถึงหาพาร์ทเนอร์ร่วมลงทุนด้วย
ล่าสุด ”พสุ ลิปตพัลลภ”กรรมการบริหาร บริษัท พราว กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่บริษัทก็เปิดกว้างในการหาพันธมิตร และมีความสนใจโครงการ เนื่องจากทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยมองว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในพื้นที่ที่โครงการไปตั้งได้ โดยหากบริษัทเข้าร่วมลงทุนก็สนใจพื้นที่ภูเก็ตกับพังงา และธุรกิจสวนน้ำในประเทศไทยก็มีไม่กี่ราย
ยังมี ”กลุ่มซีพี” ผู้รับสัมปทานรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) รวมถึงได้สิทธิการพัฒนาโครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานี ก็สนใจพัฒนาโครงกาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์เช่นกัน
ล่าสุด “บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)” ได้ตั้งบริษัท อันดามัน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาทสนใจจะลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ภูเก็ตและพังงา
รวมถึง “บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” ซึ่ง ”ธงชัย บุศราพันธ์” รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ระบุว่าโนเบิลมีความสนใจลงทุนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เนื่องจากกลุ่มบีทีเอสซึ่งเป็นพันธมิตรลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯ มีแผนจะพัฒนาเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่สนามบินอู่ตะเภาอยู่แล้ว และได้มีการหารือกันในส่วนของการพัฒนาอสังหาฯ โดยโนเบิลมีความเชี่ยวชาญตลาดอสังหาต่างชาติอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ ”พอลล์ กาญจนพาสน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด แย้มว่า สนใจลงทุนโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยมองว่าพื้นที่ในเมืองทองธานี เหมาะที่จะลงทุนทำโครงการประเภทดังกล่าว และในปี 2568 จะเปิดบริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีชมพู ที่เชื่อมสายหลักเข้าสู่เมืองทองธานี ทำให้มีความสะดวกในการเดินทาง อย่างไรก็ตามยังต้องรอดูนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐอีกครั้ง ปัจจุบันมีที่ดินยังไม่พัฒนาร่วม 1,000 ไร่ ในนี้มีประมาณ 200-300 ไร่ ติดทะเลสาบ
เป็นโฉมหน้าบิํกทุน ที่เผยออกมาในเวลานี้


