กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าสู่ปีที่ 102 ชู 4 ดี 3 ภารกิจ ส่งเสริมธุรกิจไทย
เมื่อวันที่ 16 มกราคม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า วันที่ 16 มกราคม 2568 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรงกับวันสถาปนาครบรอบ 102 ปี โดยกรมคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจไทยและประชาชนได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือมาสร้างโอกาสในทางธุรกิจและตัดสินใจในการลงทุนได้อย่างมีทิศทาง ประกอบกับเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนองค์กรภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลระดับสูง สอดรับนโยบายรัฐบาลที่มอบหมายให้กรมเร่งสร้างผู้ประกอบการไทยให้มีความพร้อมแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับกิจกรรมจัดในวันที่ 16-17 มกราคม ได้เชิญธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกรม 50 ร้าน มาเข้าร่วมแสดงศักยภาพและจำหน่ายสินค้า ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 รวมถึงจัดงานสัมมนาวิชาการเพื่อเสริมความเข้มแข็งทางบัญชีและงบการเงินฉบับใหม่ สร้างความรู้ความเข้าใจระเบียบการจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล เพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อผู้ประกอบการยุคดิจิทัล ณ ห้องฉลาดลบเลอสรรค์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้ ปีที่ 102 นี้ กรมเปิดตัวงานบริการใหม่คือ ระบบการจดทะเบียนนิติบุคคลทางดิจิทัล หรือ DBD Biz Regist พัฒนาขึ้นเพื่อลดข้อจำกัดของการใช้บริการ โดยระบบใหม่จะเป็นมิตรและสะดวกต่อผู้ใช้บริการ หรือ User Friendly เช่น ปรับเปลี่ยนการกรอกข้อมูลรายละเอียดการจดทะเบียนให้เป็นรูปแบบ e-Form พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมการปกครอง ไปรษณีย์ไทย เพื่อความสะดวกและลดความซ้ำซ้อนในการกรอกข้อมูล
นอกจากนี้ ไฮไลท์ของระบบนี้ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ที่เป็นลูกเล่นเอาใจธุรกิจที่มีความเชื่อหรือศาสตร์สายมู โดยสามารถเลือกจดทะเบียนในวันมงคลที่ต้องการได้ด้วยตนเอง การเพิ่มฟีเจอร์นี้ขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงการปรับงานบริการของกรมฯ ให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้งาน รวมถึงมีการอ้างอิงกับสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในรอบปี 2567 ที่ผู้ประกอบการนิยมเข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งในวันที่เป็นเลขมงคล อาทิ วันที่ 9 เดือน 9, วันที่ 8 เดือน 8 และวันที่ 9 เดือน 1 ถือเป็นการเริ่มต้นธุรกิจด้วยฤกษ์มงคลซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการให้ธุรกิจราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกในการทำธุรกิจ รวมถึงระบบ DBD Biz Regist จะเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจในภูมิภาคที่ให้บริการนักลงทุนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ยั่งยืนในระยะยาวด้วย
“เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาระบบให้บริการแบบดิจิทัลที่ง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานก็เพื่อเปลี่ยนให้ผู้ใช้บริการที่เคยชินกับรูปแบบกระดาษหันมาใช้งานผ่านออนไลน์ จนกระทั่งกรมฯ สามารถให้บริการผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสมบูรณ์ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการแบบ 100% ” นางอรมน กล่าว

นางอรมน กล่าวต่อไปว่า กรมตั้งเป้าหมายใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้รับบริการโดยเฉพาะระบบ DBD Biz Regist ที่มี 4 ดี ได้แก่ ดีแรก ให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกที่ทุกเวลา 24 ชั่วโมง ดีที่สอง ลดการใช้เอกสาร โดยลดการยื่นเอกสารและการใช้กระดาษทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดีที่สาม ความปลอดภัยสูง มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลการและรักษาความโปร่งใสในกระบวนการจดทะเบียนและการจัดเก็บข้อมูลนิติบุคคล และดีที่สี่ ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของผู้ประกอบการและหน่วยงานรัฐ
นางอรมน กล่าวต่อว่า กรมคงสานต่อและยกระดับภารกิจทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
- บริการจดทะเบียนและบริการข้อมูลนิติบุคคลที่จะต้องให้บริการด้วยความรวดเร็วกว่าเดิม ลดภาระต่างๆ ของผู้ใช้งานระบบ ควบคู่กับการส่งเสริมให้ไทยเป็นประเทศที่ง่ายต่อการประกอบธุรกิจ มีสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการลงทุน นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ซึ่งกรมฯ จะเดินหน้าให้บริการข้อมูลธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเป็นผู้ช่วยให้กับประชาชนได้ใช้วิเคราะห์ข้อมูลและประเมินคู่ธุรกิจ
- ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ เร่งพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจไทยให้แข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้องค์ความรู้ที่เป็นเทรนด์การตลาดโลกมาส่งต่อให้กับผู้ประกอบการได้ใช้ปรับตัว อาทิ เช่น แนวคิด ESG และโมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมต่อยอดโครงการพัฒนาธุรกิจให้เข้มแข็ง อาทิ e-Learning โดย DBD Academy, Digital Village, Smart โชห่วย Plus และ Local มีดี
- สร้างธรรมาภิบาลธุรกิจ ให้ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจสีขาวตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธรรมาภิบาลธุรกิจ ที่สำคัญคือการกำกับดูแลธุรกิจให้ดำเนินการภายใต้กฎหมายอย่างถูกต้อง และทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อการป้องปรามพฤติกรรมนอมินิหรือธุรกิจอำพราง ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้มอบหมายให้กรมฯ เร่งแก้ไข
“การเดินทางมาถึงปีที่ 102 นี้ต้องยอมรับว่าเส้นทางที่ผ่านมามีความท้าทายหลายด้าน ในฐานะอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องขอขอบคุณพันธมิตรที่ให้ความร่วมมือในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และยังคงมีแผนการทำงานร่วมกันในอนาคตต่อไป และที่จะขาดไปไม่ได้คือบุคลากรของกรมฯ ทุกคนที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และทำงานกันอย่างหนักตลอดมา โดยทุกคนมีเป้าหมายและทิศทางไปในทางเดียวกันคือ ยึดถือประโยชน์ของธุรกิจและประชาชนเป็นศูนย์กลางในการให้บริการ เพื่อนำพากรมฯ ให้ก้าวไปสู่องค์กรชั้นนำด้านบริการและขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นางอรมน กล่าว

