หน้าแรก เศรษฐกิจ คิดเห็นแชร์ :...

คิดเห็นแชร์ : การลงทุนใน AI เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่นักลงทุนต้องไม่พลาด

18.01.25 | 12:13 น.

คิดเห็นแชร์ : การลงทุนใน AI เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่นักลงทุนต้องไม่พลาด


บทความ “คิด เห็น แชร์” ฉบับนี้ ผมจะขอหยิบยกงานสัมมนาล่าสุดที่ร่วมจัดโดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) และ KGI Taiwan เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยี Artificial Intelligence หรือ “AI” อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุปทาน Semiconductor และ Edge AI & Application Software เป็นต้น และทาง บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ได้ทำการเปิดตัวทางเลือกการลงทุนผ่าน DR “TAIWANAI13” ซึ่งเป็น DR ที่อ้างอิงกับกองทุน KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน และเน้นการลงทุนในหุ้น 50 บริษัท ที่มีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI

ห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยี AI สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 เฟส ได้แก่ 1) Cloud AI (Data Center) และ 2) Edge AI โดยสำหรับเฟสที่ 1) Cloud AI (Data Center) นั้นปัจจุบันผู้ให้บริการ Cloud (หรือ CSP) ส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วงของการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพ คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับปรุงประสิทธิภาพต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี โดยประเมินว่า CSP รายใหญ่ทั่วโลก ตั้งเป้าจะเพิ่มงบลงทุนรวมในปี 2568-69 เป็น 2.59 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 2.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโต 18% YoY และ 9% YoY ตามลำดับ ในขณะเดียวกันคาดว่ายอดขาย AI Server ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปี 2568 ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการที่ผลิต AI Server ของไต้หวัน เนื่องจากการผลิต AI Server ทั่วโลกมาจากไต้หวันราว 70-90% ในส่วนของผลิตภัณฑ์ Semiconductor ผู้ผลิตที่สามารถผลิต Advance Node (3 mm และเล็กกว่านั้น) จะรับอานิสงส์เพราะคาดอุปสงค์จะเพิ่มขึ้นมาก และมี Barrier to entry ที่สูง

Edge AI คือการประมวลผลภายในตัวอุปกรณ์โดยตรง แทนที่จะต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลบน Cloud ซึ่งคาดว่าในเฟสนี้ จะเริ่มต้นวัฏจักรตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยอุปกรณ์ที่รองรับ Edge AI จะช่วยหนุนวัฏจักรการเปลี่ยนอุปกรณ์ไอที ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน AI ที่จะเติบโตอย่างมาก KGI Taiwan ประเมินว่ายอดขายคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตที่สามารถประมวลผล AI ได้ภายในเครื่อง หรือ AI PC และสมาร์ทโฟน Gen-AI ในช่วงปี 2567-70 จะโตถึง 48% CAGR และ 65% CAGR ตามลำดับ

ทั้งนี้ KGI Taiwan คาดการใช้งานเทคโนโลยี AI จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งจะปรับขึ้นมากตามธีมการลงทุนด้าน AI ก็ตาม แต่ประเมินว่าความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ยังต่ำ

Advertisement

เนื่องจากวัฏจักรการลงทุนเทคโนโลยีด้าน AI กำลังเริ่มต้น และผู้ประกอบการ CSP รายใหญ่ยังมีผลการดำเนินงานดี บริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันหลายตัวที่น่าสนใจลงทุนในธีมการลงทุนด้าน AI อาทิ TSMC (ผู้ผลิต Semiconductor) Media Tek (ผู้ให้บริการออกแบบ ASIC IC) MPI (ทดสอบ Interface) Winway (ทดสอบ Interface) Honhai (ประกอบ Hardware) Quanta Computer (ประกอบ Hardware) Delta Electronics (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) Asia vital component (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) และ King Slide Works (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) เป็นต้น เพื่อลดความซับซ้อนในการเลือกลงทุนหุ้นหลายตัว บล.
เคจีไอ (ประเทศไทย) จึงได้เสนอทางเลือกการลงทุนในธีมการลงทุนด้าน AI ผ่าน DR “TAIWANAI13” ซึ่งเป็น DR ที่อ้างอิงกับกองทุน KGI Taiwan Premium Selection AI 50 ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน และเน้นการลงทุนในหุ้น 50 บริษัท ที่มีรายได้อย่างน้อย 30% ของรายได้รวมมาจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI

กลับมาที่การลงทุนในตลาดหุ้นไทย แม้ว่าบรรยากาศการลงทุนโดยรวมจะยังไม่ฟื้นตัว และนักลงทุนยังเลือกที่จะ Wait&See รอการแถลงมาตรการต่างๆ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ (ว่าที่) ประธานาธิบดีสหรัฐที่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ม.ค.นี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศต่างๆ อย่างไรก็ดีผมประเมินว่าความเสี่ยงขาลงของตลาดหุ้นไทย ณ ระดับ Valuation ปัจจุบันค่อนข้างจำกัดแล้ว หุ้นหลักขนาดใหญ่ที่เป็นหุ้นบลูชิพของตลาดหุ้นไทยหลายตัว ซื้อขายในระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีค่อนข้างมาก (Price to book value หรือ PBV ต่ำกว่า 1 เท่า) และหุ้นบลูชิพหลายตัวถูกซื้อขายในระดับ PBV ที่ต่ำกว่า หรือใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจทั้ง 2 ครั้งล่าสุด ได้แก่ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตโควิด-19 ขณะเดียวกันผมประเมินว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าช่วงวิกฤตทั้ง 2 ครั้งที่กล่าวมา

ดังนั้นจึงมองเป็นโอกาสการลงทุนระยะยาว หากดัชนี SET index มีการปรับตัวลงจากความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงการลงทุน การพิจารณา DR “TAIWANAI13” ก็จะเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งเช่นกัน