อุตสาหกรรม อุดรฯ สั่งเปิด โรงงานน้ำตาล เข้มห้ามอ้อยเผาเข้ารง. ชาวไร่ยังไม่รู้ชะตา
เมื่อบ่ายวันที่ 17 มกราคม นายฐิติณัฏฐ์ มุณีรัตน์ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี มีหนังสือถึง บจก.ไทยอุดรธานี เพาเวอร์ โรงงานไฟฟ้าชีวมวล โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เรื่องให้ “ทดลองเดินเครื่องจักร” โดยระบุว่า ตามที่ สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี สั่งการให้ระงับการใช้หม้อน้ำ ขนาดกำลังผลิต 150 ตันต่อ ชม. ทั้งหมด 4 เครื่อง ลงวันที่ 15 มกราคม 2568 เพื่อโรงงานแก้ไขปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับหม้อน้ำ และหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน และรายงานผลการดำเนินการพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมายัง สนง.อุตสาหกรรมอุดรธานี เพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 มกราคม 2568
ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มกราคม บจก.ไทยอุดรธานี เพาเวอร์ แจ้งความประสงค์ให้อุตสาหกรรมอุดรธานี พิจารณาให้ใช้หม้อน้ำตามปกติ เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ว่า บริษัทฯได้ปฏิบัติตามคำสั่ง และหม้อน้ำไม่อยู่ในสภาพก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนต่อบุคคล หรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงาน หรือที่อยู่อาศัยใกล้เคียง

ดังนั้นอุตสาหกรรมอุดรธานี จึงอนุญาตให้ บจก.ไทยอุดรธานี เพาเวอร์ ทดลองใช้หม้อน้ำขนาดกำลังผลิต 150 ตันต่อ ชม. ทั้งหมด 4 เครื่อง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย ตั้งแต่วันที่ 17-30 มกราคม 2568 เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาในการทดลองแล้ว ให้ส่งผลตรวจวัดคุณภาพอากาศ ในปล่องระบายอากาศของหม้อน้ำ ที่ตรวจวิเคราะห์โดยห้องปฏิบัติการ ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม หากข้อเท็จจริงว่ามีเหตุความเดือดร้อนรำคาญเกิดขึ้น ให้บริษัทฯระงับการใช้หม้อน้ำทั้ง 4 เครื่องทันที และปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เหตุเดือดร้อนรำคาญหมดไป
ขณะที่โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี และโรงไฟฟ้าไทยอุดรธานี เพาเวอร์ ได้เริ่มเปิดต้มหม้อน้ำอุ่นเครื่องแล้ว หลังจากรับหนังสืออนุญาตของอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ซึ่งคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้า และโรงงานน้ำตาลได้ประมาณ 19.00 น.ของวันนี้
โดยทางโรงงานได้แจ้งกับสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ ไทยอุดรบ้านผือ และชาวไร่ ที่มาจอดรอนำอ้อยเข้าโรงงาน ว่าจะสามารถนำอ้อยสดเข้าโรงงานได้เท่านั้น ยังไม่สามารถนำอ้อยไฟไหม้ที่ตกค้างเข้าโรงงานได้ หากจะเอาอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน จะต้องรอคำสั่งจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (สอน.) ในส่วนกลางเท่านั้น ทำให้รถบรรทุกอ้อยไฟไหม้มากกว่า 1,200 คัน มูลค่ากว่า 54 ล้านบาท ยังไม่รู้อนาคตตนเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มาตรการปิดโรงงานน้ำตาล ที่นำอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานเกิน 25% เป็นการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ยังไม่ตรงกับความเป็นจริง และตามพฤติกรรมวิถีการทำอ้อย เพราะแม้จะมีการตัดอ้อยสดส่งเข้าโรงงาน ก็ยังเหลือใบอ้อยตกค้างอยู่ในไร่อ้อย ซึ่งเจ้าของพื้นที่ปลูกอ้อย จะต้องเข้าไปเคลียร์พื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อทำการเกษตรต่อไปทันที ซึ่งใบอ้อยจะย่อยสลายยาก “การเผา” จึงเป็นทางเลือกแรกๆ นั่นคือการตัดอ้อยสดส่งเข้าโรงงาน เจ้าของพื้นที่ก็จะกลับมาเผาใบอ้อยอยู่ดี

