กัลฟ์ ไบแนนซ์ คาด ปี’68 ราคาบิตคอยน์สูงขึ้น-เด้งรับสนับสนุนนโยบายใช้บิตคอยน์ ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’
เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่สยามสแควร์ บริษัทกัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด จัดงานใหญ่ Street of the Future Presented by BINANCE TH by Gulf BINANCE : ถนนสู่ฉากทัศน์การเงินยุคใหม่ ที่ใครๆ ก็เข้าถึงและเข้าใจได้
โดยจัดเต็มกิจกรรมทั้งสาระและไลฟ์สไตล์ความบันเทิงตลอด 2 วัน (ถึงวันที่ 19 ม.ค.68) ไม่ว่าจะเป็นโปรเจ็กต์ต่างประเทศที่น่าสนใจอย่าง Moodengsol, Memeland, Lumia ฯลฯ โซน game พร้อมทั้งกิจกรรมให้ร่วมสนุก รับของรางวัลมากมาย ฯลฯ ร่วมอัพเดตเทรนด์ลงทุนรับต้นปีบนเวทีเสวนาพิเศษ และแขกคนพิเศษ พร้อมการจับมือทำเวิร์กช็อปสำหรับผู้ที่สนใจอยาก เริ่มเทรดโดย BINANCE TH Academy และยังมีโซน Meetup space ที่จำลองบรรยากาศการใช้จ่ายด้วยคริปโท เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เปิดโลกและสัมผัสประสบการณ์การเงินดิจิทัลบนเทคโนโลยีบล็อกเชนด้วยตนเอง
นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมในปี 2568 ของสินทรัพย์ดิจิทัลถือว่าเป็นบวกอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายของวงจรของบิตคอยน์ครบ 4 ปี ที่ราคาบิตคอยน์สูงขึ้น และที่ผ่านมาจากประสบการณ์ ในรอบวงจร 4 ปีของบิตคอยน์ ปีสุดท้ายราคาบิตคอยน์จะดีที่สุด ดังนั้นคนในวงการบิตคอยน์จึงเชื่อว่าปีสุดท้ายของวงจร ราคาบิตคอยน์จะสูงขึ้น รวมถึงการที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีนโยบายที่จะสนับสนุนวงการบิตคอยน์ คริปโทเป็นอย่างมาก โดยคิดว่าวงการนี้จะเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และเมื่อมีการยอมรับมากขึ้นประเทศอื่นๆ ก็จะนำมาใช้ตาม โดยเป้าหมายของกัลฟ์ ไบแนนซ์ ในปี 2568 ยังคงให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การดูแลด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และคุณภาพการให้บริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง
นายนิรันดร์กล่าวว่า สำหรับในประเทศไทยเองมองว่าก็เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น ดูได้จากการที่เริ่มมีการสนใจนำร่องการใช้ บล็อกเชน (Blockchain) มากระตุ้นเศรษฐกิจไทย รวมถึงความสนใจที่จะนำบิตคอยน์มาใช้ใน โครงการแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือว่าทางตนและกัลฟ์ ไบแนนซ์ มีความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และมีความยินดีและตั้งใจอย่างมากที่จะสนับสนุนช่วยให้ข้อมูล เพื่อช่วยผลักดันนโยบายของรัฐบาลในส่วนนี้ ให้ประเทศไทยมีการยอมรับบิตคอยน์มากขึ้น
นอกจากนี้ นายนิรันดร์เปิดเผยถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยเปิดรับโครงการ แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) โดยใช้บิตคอยน์ชำระบริการ-สินค้า เล็งนำร่องพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมส่งเสริมนวัตกรรม สเต็มเซลล์ พัฒนาเศรษฐกิจว่า ในส่วนตรงนี้ ทางกัลฟ์ ไบแนนซ์ เองอาจจะลงรายละเอียดชัดเจนแทนภาครัฐไม่ได้ว่าจะต้องเร่งดำเนินการนโยบายนี้ในช่วงเวลาไหน เนื่องจากเป็นนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ และการใช้จ่ายสินค้าโดยบิตคอยน์ ทางแบงก์ชาติยังไม่ได้อนุญาต เพราะยังมีข้อกังวลหลายอย่างเกี่ยวกับความเสี่ยง เช่น การฟอกเงิน แต่ต้องยอมรับว่าวงการบิตคอยน์หยุดไม่ได้แล้ว และทั่วโลกเริ่มมีการใช้บิตคอยน์มากขึ้น ซึ่งทางรัฐเองก็มีการผลักดันและศึกษาให้ละเอียดมากขึ้น แต่โดยส่วนตัวตนมองว่านโยบายนี้หากจะเริ่มดำเนินการ ก็มีโอกาสเป็นไปได้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าประเทศอื่นสามารถใช้จ่ายด้วยบิตคอยน์ได้ ประเทศไทยก็น่าจะทำได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นายนิรันดร์กล่าวว่า วงการบิตคอยน์ ถือว่าเป็นเรื่องใหม่มากๆ สำหรับภาครัฐ ดังนั้น หากจะดำเนินนโยบายดังกล่าว ภาครัฐและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. และแบงก์ชาติ จะต้องมีการศึกษามากขึ้น และไม่ควรดำเนินการนโยบายเร็วนี้เกินไป เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ถ้าไม่รอบคอบ แต่ก็ไม่ควรทิ้งระยะเวลาเริ่มช้ามากเกินไป เพราะหลายประเทศเริ่มใช้บิตคอยน์ในการใช้จ่ายแล้ว ซึ่งเชื่อว่าทางภาครัฐก็จะมีแผนดำเนินการเช่นกัน
โดยทาง กัลฟ์ ไบแนนซ์ ก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้และข้อเสนอแนะและไอเดียต่อภาครัฐว่าควรจะดำเนินการอย่างไรบ้าง เนื่องจากบริษัทแม่เคยดำเนินการสิ่งนี้มาแล้ว ซึ่งก็จะมีความรู้ข้อมูลต่างๆ ที่เคยใช้และเก็บบันทึกไว้มานำเสนอต่อภาครัฐมาพิจารณาว่าประเทศไทยจะดำเนินการลักษณะเหมือนประเทศอื่นๆ หรือไม่ หรือต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์วิธีการแตกต่างจากที่อื่น ซึ่งหากจะเริ่มดำเนินการก็ต้องสร้างกรอบมาก่อนว่าจะรองรับความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน กรอบลูกค้าเท่าไหร่ และภาคเอกชนจะสามารถเข้ามาช่วยและเสริมตรงไหนได้บ้าง ซึ่งทางกัลฟ์ ไบแนนซ์ ก็ต้องรอติดตามรายละเอียดจากทางภาครัฐให้ชัดเจนอีกครั้ง

