หน้าแรก เศรษฐกิจ พิษเศรษฐกิจ ฉ...

พิษเศรษฐกิจ ฉุดรับสร้างบ้านต่ำ 5 ล้านหดตัวแรง คฤหาสน์ราคาแพงยังโตดี เศรษฐีภูธรควักสร้างไม่อั้น

20.01.25 | 21:06 น.

พิษเศรษฐกิจ ฉุดรับสร้างบ้านต่ำ 5 ล้านหดตัวแรง คฤหาสน์ราคาแพงยังโตดี เศรษฐีภูธรควักสร้างไม่อั้น

เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2568 คงเป็นการยากจะขยายตัวได้ถึง 3% เนื่องจากยังมีปัจจัยน่ากังวลอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัจจัยภายในประเทศ ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ระดับสูง ทำให้กำลังซื้อภาคธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว สถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่ง ขณะที่นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมีปัจจัยภายนอกประเทศที่ยังมีความไม่แน่ไม่นอน โดยเฉพาะนโยบายทรัมป์ 2.0 ที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลก จึงทำให้ยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะมาสนับสนุน


กลุ่มต่ำ 5 ล้าน กำลังซื้อซึม

สะท้อนจากตลาดรับสร้างบ้านกลุ่มราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ที่กำลังซื้อชะลอตัวและหดตัวลงจากปัจจัยหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ที่เป็นผลมาจากค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย รองลงมากลุ่มราคา 5-10 ล้านบาท ที่ยื่นขอสินเชื่อลำบาก ถูกปฏิเสธจากสถาบันการเงินหรืออนุมัติแต่ไม่เต็มวงเงินที่ต้องการ ขณะที่กลุ่มราคา 10-20 ล้านบาท ได้รับผลกระทบปานกลาง จากความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบทางอ้อม ทำให้ชะลอตัดสินใจปลูกสร้างบ้านออกไป ส่วนกลุ่มราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ได้รับผลกระทบน้อย เพราะเป็นกลุ่มผู้มีเงินออม แต่ยังมีความไม่มั่นใจสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้บางส่วนชะลอการตัดสินใจออกไป

เศรษฐีภูธรอู้ฟู่แซงเมืองกรุง

“ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปี 2568 ยังคงทรงตัว คาดมีมูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน เพราะยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มราคาต่ำ 5 ล้านบาท ส่งผลต่อกำลังซื้อลดลง 10-15% ส่วนบ้านราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปถึง 100 ล้านบาท กระทบไม่มาก ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นผู้มีเงินออม ซื้อเงินสด กู้แบงก์น้อย และเป็นเจ้าของกิจการ เช่น โรงน้ำแข็ง โรงสี สวนเกษตร รวมถึงเป็นเจ้าของธุรกิจใหม่ เช่น ออนไลน์ เป็นต้น โดยตลาดต่างจังหวัดเติบโตดีกว่ากรุงเทพฯ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก เป็นต้น ดูจากฐานข้อมูลของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิก ”นายอนันต์กรกล่าว

2568…ปีแห่งการปรับตัว

นายอนันต์กร กล่าวว่า ข้อกังวลของธุรกิจรับสร้างบ้าน คือ กำลังซื้อ ที่ลูกค้าอาจจะมีชะลอการตัดสินใจไปบ้าง แต่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ธุรกิจรับสร้างบ้านอึดและทนอยู่แล้ว เนื่องจากผ่านสภาวะแบบนี้มาตลอด อยู่ที่การปรับตัว ซึ่งในปีนี้และปีต่อๆไป ยังคงเป็นปีที่ต้องปรับตัวเพื่อรับความเปลี่ยนแปลง โดยในฐานะเป็นนายกสมาคมคนใหม่ จะเดินหน้าขับเคลื่อนใน 3 ด้าน คือ 1.สร้างความรับรู้ 2.พัฒนาคุณภาพสมาชิก 3.พัฒนาระบบเก็บข้อมูลสมาชิกให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมมีข้อมูลเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงให้ความสำคัญESG ในหลากหลายมิติ และรุกทำตลาดกระตุ้นยอดขายจะจัดงานรับสร้างบ้านและวัสดุ เอ็กซ์โป ปีละ 2 ครั้งช่วงต้นปีและปลายปี และเพิ่มโรดโชว์ต่างจังหวัดมากขึ้น เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือในกลางปีนี้
“ส่วนมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน มูลค่า 1 ล้าน หักลดหย่อน 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท มีระยะเวลาถึง 31 ธันวาคมนี้ ถือว่าช่วยเพิ่มยอดขายได้ระดับหนึ่ง แต่สมาคมอยากขอให้ภาครัฐพิจารณาเพิ่มเพดานให้ได้ถึง 5 แสนบาท เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าไปยังบ้านราคา 50 ล้านบาทได้และขยายเวลาไปถึงปี 2569”นายอนันต์กรกล่าว

Advertisement

หนุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯปลุกศก.

นายอนันต์กร กล่าวถึงโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่าในแง่ของเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นโครงการที่ดี เนื่องจากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการจ้างงาน และดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามายังประเทศไทยได้มากขึ้น และสร้างรายได้ให้กับประเทศได้เพิ่มขึ้น และมองว่าการที่รัฐบาลมีเป้าหมายจะพัฒนาใน 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพ 2 แห่ง เชียงใหม่ 1 แห่ง ภูเก็ต 1 แห่ง และพัทยา 1 แห่งนั้น ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสม เพราะเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยว