หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นไทยพุ่ง 1...

หุ้นไทยพุ่ง 13 จุด รับโดนัลด์ ทรัมป์ นั่งปธน.สหรัฐเต็มเก้าอี้ แต่ไร้สัญญาณสงครามภาษี

21.01.25 | 12:28 น.
หุ้นไทย

หุ้นไทยพุ่ง 13 จุด รับโดนัลด์ ทรัมป์ นั่งปธน.สหรัฐเต็มเก้าอี้ แต่ไร้สัญญาณสงครามภาษี

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ทันทีที่เปิดตลาดเช้านี้ ดัชนีหุ้นปรับลดลงทันที โดยอยู่ที่ระดับ 1,340.50 จุด เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,354.00 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 13.50 จุด หรือบวก 1.01% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,356.72 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,343.23 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 17,872.77 ล้านบาท

นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้บ้าง โดยต้องติดตามแนวนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐต่อไป หลังจากเมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยเทรดในกรอบแคบตามที่คาดไว้ ดัชนีหุ้นไทยปิดแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากนักลงทุนชะลอตัวเพื่อติดตามการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับสงครามการค้า รวมทั้งประเด็นทางสังคมภายในสหรัฐเอง ตลาดหุ้นไทยจึงมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่

  1. สัญญาณบวกจากดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่บวกค่อนข้างแรง
  2. ดัชนีค่าเงินสหรัฐที่อ่อนลงค่อนข้างแรง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อสนับสนุนให้เพิ่มปริมาณผลิตน้ำมันดิบและก๊าซแอลเอ็นจีในสหรัฐ ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐได้

“ในการแถลงนโยบายวันแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ได้ระบุถึงแนวทางการเก็บภาษีนำเข้าแต่อย่างใด และทางเรายังคงมุมมองว่าโดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะเก็บภาษีนำเข้าจากจีนไม่รุนแรงในรอบนี้ นักลงทุนจึงให้ความสนใจว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีนโยบายพิเศษอะไรออกมาบ้างหลังจากเมื่อคืน ไม่มีรายงานดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐออกมาคืนนี้ และหลังจากวันเสาร์ที่ 18 มกราคม จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม จะไม่มีเจ้าหน้าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาให้ความเห็นต่อภาวะ เศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงิน เนื่องจากอยู่ในช่วง Blackout Period” นายรักพงศ์ กล่าว

นายรักพงศ์ กล่าวว่า ค่าเงินในภูมิภาคแข็งค่าขึ้นเทียบกับเหรียญสหรัฐ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ อาทิ เงินเยน ญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น 0.3% และเมื่อคืนที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้พูดถึงการขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน ส่งผลให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้น 0.71% ซึ่งหากไม่มีมาตรการที่เข้มข้นต่อจีนมากไปกว่าที่ตลาดคาด จะส่งผลให้เงินหยวนอาจลงมาซื้อขายที่ 7.20 ได้

นายรักพงศ์ กล่าวว่า ฝั่งในประเทศ นักลงทุนควรติดตามงบการเงินประจำไตรมาส 4/2567 ของธนาคารพาณิชย์ตัวหลักๆ ซึ่งคาดว่าจะทยอยรายงานในวันนี้ ภาพรวมสัญญาณของงบแบงก์ที่ออกมาแล้วนั้นค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นทีทีบี หรือเคเคพี ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ในวันนี้ ไม่น่าจะมีประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุม WEF ระหว่างวันที่ 20-25 มกราคม 2568 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส

Advertisement