หลังการปฏิรูปพลังงานเม็กซิโก ในปี พ.ศ. 2556 ผลที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ การจัดโครงสร้างส่วนงานภาครัฐ องค์กรอิสระ ตลอดจนถอดรื้อ “บริษัทน้ำมันแห่งชาติ” PEMEX แยกส่วน แยกภารกิจให้เกิดความเหมาะสมและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ดังนี้
ส่วนที่ 1 กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง จะเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายด้านพลังงาน, กำหนดกติกาในการเปิดพื้นที่ให้มีการสำรวจ/ขุดเจาะ ในรูปแบบสัญญาต่างๆ ทั้งการให้สัมปทาน, การแบ่งผลประโยชน์ รวมถึงการออกใบอนุญาตตั้งโรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ, การค้า นำเข้า-ส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ฯล
ส่วนที่ 2 องค์กรอิสระเพื่อกำกับและควบคุม แยกเป็น 3 หน่วยคือ
ASEA กำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ทั้งในธุรกิจขั้นต้น สำรวจขุดเจาะ ไปจนถึงการกลั่นและการค้า
CNH บริหารจัดการเรื่องการประมูลสิทธิ์เข้าทำการสำรวจขุดเจาะในพื้นที่แหล่งปิโตรเลียม
CRE กำกับดูแลการดำเนินธุรกิจปิโตรเลียมขั้นกลางและขั้นปลาย รวมไปถึงธุรกิจปิโตรเคมี แก๊ส และไฟฟ้า
ส่วนที่ 3 กิจการน้ำมัน ซึ่งเดิม PEMEX เคยทำเองหมดทุกรูปแบบนั้นก็ถูกผ่าแยกออกเป็น 4 ส่วนคือ
PEMEX เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่เน้นการขุดเจาะสำรวจ ทำธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ทำโรงแยกก๊าซ ทำธุรกิจปิโตรเคมี
CENAGAS บริหารจัดการระบบท่อก๊าซ คลังกระจายก๊าซ ทั้งระบบทั่วประเทศเม็กซิโก
CFE บริษัทไฟฟ้าแห่งชาติ ทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าเกือบทั้งระบบ(คล้ายๆ กฟผ. ในไทย)
CENACE ดำเนินการจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการจัดส่งกระแสไฟฟ้า ตลอดจนดูแลเครือข่ายการกระจายไฟฟ้าทั่วประเทศ
ผลที่เป็นรูปธรรมแล้วนั่นคือ ในปี 2558-2559 ที่ผ่านมา เม็กซิโก สามารถเปิดให้เอกชนจากต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมรูปแบบต่างๆ ทั้งบนฝั่งและในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งยังคงอุดมไปด้วยแหล่งปิโตรเลียมสำรองจำนวนมาก

ตัวแทนจาก CNH ให้ข้อมูลด้วยว่า หลังเปิดให้เอกชนจากต่างประเทศที่สนใจเข้ามาแข่งขันในพื้นที่ จากการประมูลรอบที่ 1 ทั้งหมด 39 สัญญา เป็นรูปแบบ PSC (สัญญาแบ่งปันผลผลิต) 5 สัญญา และรูปแบบ License contract (หรือระบบสัมปทาน) 34 สัญญา คิดเป็นมูลค่าเงิน ลงทุน ประมาณ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,750,000 ล้านบาท
และในราวกลางปี 2017 จะเปิดประมูลอีก 41 แหล่ง เป็นแบบ Offshore 15 แหล่ง ใช้ระบบสัญญาแบ่งปันผลิต Production Sharing Contract ส่วนแบบ Onshore 26 แหล่งเป็นระบบระบบสัมปทาน License contract
คาดว่าจะมีมูลค่าเงินลงทุนอีกประมาณ 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 490,000 ล้านบาท
นี่คือความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปพลังงาน ซึ่งต้องยอมรับว่า เม็กซิโก สามารถทำได้น่าพอใจเลยทีเดียว
ขณะที่ Mr. Aldo Flores-Quiroga ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เม็กซิโก ยืนยันว่าขณะนี้ พวกเขากำลังอยู่บนเส้นทางใหม่ที่ท้าทายและคาดหวังว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน
แม้จะต้องเผชิญกับการต่อต้านและความไม่พอใจจากความพยายามลอยตัวราคาน้ำมันที่ขายภายในประเทศ แต่แนวโน้มที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Exxon, Shell, BP กำลังขยับเข้ามาลงทุน พัฒนาการสำรวจขุดเจาะ ด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาล นั่นจะนำมาซึ่งการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพของเม็กซิโกในระยะยาว
จุดแข็งประการสำคัญและเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จคือ กระบวนการปฏิรูปพลังงาน ของเม็กซิโก ผ่านการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน โดยเขียนไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ เม็กซิโกเลยทีเดียว (จึงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอนที่กลุ่มกดดัน หรือฝ่ายการเมืองจะเข้ามาแทรกแซงหรือพยายามแก้ไข/ล้มเลิก)
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดช่วงเวลาหรือ ไทม์ไลน์ อย่างชัดเจนที่จะเปิดเสรีให้เกิดการแข่งขันในกิจการพลังงาน และเป็นขั้นเป็นตอน
หลังจากเริ่มเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนา ก็มีกระบวนการเรียนรู้และปรับตัวว่า ระบบใดในการทำสัญญาที่เหมาะสมหรือให้ประสิทธิผลที่ดีกว่า ทั้งระบบให้สัมปทาน License contract และระบบแบ่งปันผลประโยชน์ Production Sharing Contract (โดยไม่ปักใจจะเลือกเฉพาะทางใดทางหนึ่ง)
ประการสำคัญที่ถือว่ามีความสำเร็จและก้าวหน้าอย่างชัดเจนคือ การจัดโครงสร้างด้านพลังงาน ตั้งแต่ระดับนโยบาย การสร้างองค์กรอิสระเพื่อกำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี เป็นธรรม และโปร่งใสในทุกกระบวนการ
แม้ถึงวันนี้ ในระดับการจัดการ หรือตลาดการแข่งขันเสรีของ ธุรกิจการกลั่น/แปรสภาพปิโตรเลียม อุตสาหกรรมต่อเนื่อง(ปิโตรเคมี) หรือกิจการค้าปลีกน้ำมัน/ก๊าซธรรมชาติ จะยังไม่ถูกเปิดให้เอกชนหรือต่างชาติเข้าสู่ตลาดได้อย่างสะดวก(แตกต่างจากระบบแข่งขันกึ่งสมบูรณ์ในประเทศไทยเวลานี้)
แต่ก็เห็นได้ชัดถึงทิศทางที่ดีและผลเชิงบวกที่เกิดขึ้นในกระบวนการ ปฏิรูปพลังงาน ของ เม็กซิโก
เพราะถึงที่สุดแล้ว เมื่อสลายการผูกขาดรวมศูนย์ เปิดกว้างให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม พร้อมกับการสร้างกฎกติกา มีกระบวนการกำกับดูแลที่โปร่งใส
เท่านี้ก็เป็นคำตอบที่ทำให้เห็นทิศทางสดใสในอนาคต และน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับอีกหลายๆ ประเทศที่กำลังมองหาทางเลือกในการ “ปฏิรูปพลังงาน” อยู่ในขณะนี้เช่นเดียวกัน


