หน้าแรก เศรษฐกิจ กขค.จับตาทรัม...

กขค.จับตาทรัมป์ 2.0 ปลุกกระแสควบกิจการพุ่ง เผยปี67ขนส่ง-โลจิสติกส์รวมธุรกิจมากสุด

22.01.25 | 12:28 น.

กขค.จับตาทรัมป์ 2.0 ปลุกกระแสควบกิจการพุ่ง เผยปี67ขนส่ง-โลจิสติกส์รวมธุรกิจมากสุด


ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยถึงการคาดการณ์อุตสาหกรรมประเภทบริการ และสินค้าอุตสาหกรรม ว่า ยังเป็นอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองด้านการรวมธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้อมูลสถิติการรวมธุรกิจในประเทศไทย ปี 2566-2567 สะท้อนจำนวนและมูลค่าการรวมธุรกิจที่สูงเป็นสองอันดับแรกของประเภทอุตสาหกรรม โดยอุตสาหกรรมประเภทบริการในหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นตลาดที่มีผู้เล่นหลากหลาย ทั้งผู้เล่นในตลาดขนส่งรายใหญ่ ผู้เล่นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ และผู้ค้าออนไลน์รายใหญ่ในตลาดขนส่งพัสดุ ในช่วงเวลาเร่งด่วนและระยะทางสั้น จึงทำให้ตลาดมีความซับซ้อนและการแข่งขันรุนแรงขึ้น เนื่องจากบริการขนส่งของผู้ให้บริการรายต่างๆ มีความคล้ายคลึงกันสูง ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก จากการคาดการณ์เห็นว่า ในระยะสั้นอาจทำให้ผู้ประกอบธุรกิจขาดทุนจากการแข่งขันกันลดราคาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด แต่ในระยะยาวรายเล็กอาจไม่สามารถแข่งขันได้ และอาจมีความเสี่ยงที่รายใหญ่หรือผู้ที่มีอำนาจในตลาด จะได้มาซึ่งส่วนแบ่งตลาดและสามารถเพิ่มราคาได้ในที่สุด ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจขนส่งจึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่แตกต่างและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อให้อยู่รอดและเติบโตได้ในตลาดที่แข่งขันสูง

ผศ.ดร.วิษณุ กล่าวต่อว่า สถิติการรวมธุรกิจของสำนักงาน กขค. ตั้งแต่ปี 2562-2567 พบว่า มีจำนวนการรวมธุรกิจทั้งหมด 163 กรณี หรือ คิดเป็นมูลค่าการรวม 4.88 ล้านล้านบาท โดยปี 2565 มีจำนวนการรวมธุรกิจมากที่สุดถึง 42 กรณี ขณะที่ปี 2564 มีมูลค่าการรวมธุรกิจมากสุดถึง 2.05 ล้านล้านบาท เนื่องจากในปีดังกล่าวมีกรณีการรวมธุรกิจที่เข้าหลักเกณฑ์จะต้องขออนุญาตรวมธุรกิจ ซึ่งมักมีมูลค่าการรวมธุรกิจสูง นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมามีจำนวนการรวมธุรกิจ 21 กรณี คิดเป็นมูลค่า 5.99 แสนล้านบาท แบ่งเป็น กรณีการแจ้งผลการรวมธุรกิจ 17 กรณี และขออนุญาตรวมธุรกิจ 4 กรณี โดยธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ มีมูลค่าการรวมธุรกิจสูงที่สุดถึง 1.82 แสนล้านบาท รองลงมาเป็นธุรกิจการแพทย์ที่แม้จะมีเพียง 1 กรณี แต่เข้าหลักเกณฑ์จะต้องขออนุญาตรวมธุรกิจ ซึ่งมีมูลค่าการรวมธุรกิจสูงถึง 1.25 แสนล้านบาท หากรวมมูลค่าการรวมธุรกิจของทั้งสองธุรกิจดังกล่าวพบว่ามีมูลค่ากว่า 51% ของมูลค่าการรวมธุรกิจในปี 2567

“สถานการณ์การรวมธุรกิจปีที่ผ่านมาในต่างประเทศ เช่น การรวมธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นพุ่งสูงสุด เป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2528 ปัจจัยสำคัญมาจากกองทุนไพรเวทอิควิตี้ ซึ่งเป็นกองทุนที่ระดมเงินทุนจากผู้ลงทุนสถาบัน ได้เข้าซื้อธุรกิจที่เหล่าบริษัทญี่ปุ่นขายออกไป นอกจากนี้ แนวโน้มการรวมธุรกิจปี 2568 ของสหรัฐ จากรายงานการรวบรวมความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน มองว่า จะมีแนวโน้มทะลุถึง 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ น่าจะสูงที่สุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากการกลับเข้าสู่ตำแหน่งอีกครั้งหนึ่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เตรียมผลักดันและสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่ โดยการลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการซื้อกิจการหรือรวมธุรกิจ” ผศ.ดร.วิษณุ กล่าว

ผศ.ดร.วิษณุ กล่าวปิดท้ายว่า มองว่าบรรยากาศการรวมธุรกิจของประเทศไทยในปี 2568 น่าจะคึกคักและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันกับประเทศอื่น จึงมีความท้าทายในการกำกับดูแลและติดตามด้านโครงสร้างตลาด สร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันทางการค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เอื้อต่อการแข่งขันมากที่สุด อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กขค. ได้เฝ้าระวัง ติดตาม และตรวจสอบการรวมธุรกิจที่อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ขอย้ำหากผู้ประกอบธุรกิจจะรวมธุรกิจขอให้ศึกษาทำความเข้าใจกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และหลักเกณฑ์ตามประกาศ กขค. อย่างละเอียดก่อนดำเนินการรวมธุรกิจ เพื่อให้ไม่เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความไม่รู้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน และไม่สามารถนำมาอ้างให้พ้นผิดได้

Advertisement