หน้าแรก เศรษฐกิจ ดิจิทัลสตรีมม...

ดิจิทัลสตรีมมิ่ง แรงส่งอุตสาหกรรมเพลงไทย… โกยรายได้ทั่วโลก

24.01.25 | 11:47 น.
เพลงไทย

อุตสาหกรรมเพลงไทยกำลังเข้าสู่ยุคทองของการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากพลังแห่งโลกดิจิทัลที่ทำให้ดนตรีไทยทะยานสู่ระดับโลก พร้อมโกยรายได้มหาศาล

โดย GMM Music ให้ข้อมูลว่า ปี 2023 ตลาดเพลงไทยขยายตัว 16% เทียบกับปี 2022 ขณะที่ปี 2024 กำลังเก็บข้อมูลพบว่าเติบโตอย่างมากเช่นกัน

แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก Digital Streaming คิดเป็น 88% ของการเติบโตทั้งหมด จาก 4 ปัจจัยสำคัญ ประกอบด้วย

1.การเติบโตของ Streaming Platform ตัวจุดชนวนสำคัญ เพราะแพลตฟอร์มฟังเพลงออนไลน์เข้าถึงผู้คนได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ดนตรีไทยจึงเข้าถึงหูคนฟังทั่วโลกได้ในพริบตาเดียวโดยปี 2023 Streaming Users มีอยู่ที่ 3 ล้านคน ซึ่งเติบโต 26% จากปี 2022 และการเติบโตของ Digital Streaming ทำให้การคาดการณ์ของมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกของปี 2023-2030 โตได้ถึง 3 เท่า ด้วยมูลค่าตลาดรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท

2.การเติบโตของยอด Subscription ของ Youtubeในประเทศไทย ที่มาจากการที่ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ดนตรี ที่เหนือกว่าระดับ เป็นประสบการณ์ฟังเพลงแบบ Premium มอบความสะดวกสบาย คุณภาพเสียงที่ดีกว่า รวมถึงการได้สิทธิในการเข้าถึงคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ หรือสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย

Advertisement

ทั้งนี้ พบว่าราคาค่าสมาชิก Subscription สูงขึ้นถึง 2 เท่า จาก 99 บาท เป็น 179 บาท และมีโอกาสเติบโตขึ้นต่อได้อีก 3 เท่า หากอ้างอิงตาม Developed Market ประเทศไทยยังคงมีช่องว่างที่ให้ขยายโอกาสเติบโตให้กับอุตสาหกรรมอีกมาก

นอกจากนี้ Penetration ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการคาดการณ์ของ Midia ยอด subscription ของประเทศไทย จะเติบโตสูงถึง 4 เท่า ใน 7 ปี (2023-2030) จาก 3.2% ไปเป็น 11% และยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกเท่าตัว เมื่อเทียบกับประเทศ emerging country อย่างญี่ปุ่นและเกาหลี ที่มียอด subscription penetration อยู่ที่ 25% และ developed country อย่าง Sweden และ United States ที่มียอด subscription penetration อยู่ที่ 45%

3.Music IP หรือทรัพย์สินทางปัญญาด้านดนตรี กลายเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่า ที่สร้างโอกาสทางธุรกิจแบบไร้ขีดจำกัด โดยเฉพาะผู้ที่ครอบครอง Large scale of Content ที่มีจำนวน MUSIC IP มากกว่า และเป็นที่นิยมสูงกว่า ยิ่งได้เปรียบในการเข้าถึงผู้บริโภค และสร้างรายได้มหาศาล

โดย Music IP คือหัวใจสำคัญของการสร้างรายได้จากการเผยแพร่ การนำไปใช้ การดัดแปลง และอื่นๆ อีกมากมาย

คอนเทนต์ทั้งเพลง มิวสิกวิดีโอ คอนเสิร์ตออนไลน์ Podcast และอื่นๆ ล้วนเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้บริโภค สร้างรายได้ และขยายฐานแฟนคลับ

Large scale of Content เป็นโอกาสทอง เพราะการมีจำนวน IP มหาศาล เปรียบเสมือนสินทรัพย์ ที่มีมูลค่ามหาศาล สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เปรียบเสมือนกับขุมทรัพย์ทอง ที่มีค่าและไม่รู้จักหมด และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาศิลปินเพียงคนเดียว และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ คอนเทนต์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ฟัง ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสไตล์สร้างประสบการณ์ดนตรี แบบ 360 องศา ไม่ใช่แค่การฟังเพลง แต่เป็นการสัมผัส ดนตรีในรูปแบบต่างๆ ที่ Premium และแตกต่าง

4.คนไทยฟังเพลงมากกว่าเล่นโซเชียลมีเดีย พลังแห่ง Evergreen Content ที่สร้างรายได้ไม่รู้จบ ฟังซ้ำ ดูซ้ำ ไม่มีเบื่อ เพลงฮิตสร้างรายได้ ข้ามยุคสมัย

สาเหตุที่ทำให้อุตสาหกรรมเพลงไทยมีแนวโน้มในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือพฤติกรรมการใช้เวลากับกิจกรรมด้านความบันเทิงของคนไทย จากการศึกษาของ Luminate Music Consumption Study พบว่าในปี 2566 การฟังเพลงเป็นกิจกรรมความบันเทิงที่คนไทยนิยมสูงสุดถึง 75%

ตามด้วยลำดับที่สอง คือการเสพคลิปสั้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ 60% ลำดับสาม คือการเล่นโซเชียลมีเดีย และดูคลิปทำอาหารซึ่งครองอันดับร่วมกันที่ 56%

แสดงให้เห็นว่า การฟังเพลงคือสิ่งที่คนไทยชื่นชอบและเป็นสื่อที่มีโอกาสในการสร้างรายได้จากคนไทยได้มากที่สุด เพราะพฤติกรรมการฟังเพลงของคนไทย สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ “เพลง” ในฐานะ Evergreen Content ที่ไม่มีวันตาย ไม่ว่าจะเป็นเพลงใหม่ เพลงเก่า เพลงไทย ล้วนมีเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คน “ฟังซ้ำ” และ “ดูซ้ำ” ได้อย่างไม่มีเบื่อ

เพราะเพลง คือเพื่อนในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา หรือสนุกสนาน เพลง คือเพื่อนที่อยู่เคียงข้างและเข้าใจทุกความรู้สึก มีคุณค่าทางใจ เหนือกาลเวลา เพลงฮิต มักมีเนื้อหา ท่วงทำนอง หรือความทรงจำ ที่เชื่อมโยงกับผู้ฟัง สร้างคุณค่าทางใจที่คงอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

ทั้งนี้ Digital Platform ยิ่งเสริมพลัง โดยการเข้าถึงเพลงที่ง่าย และสะดวก ผ่าน Streaming Platform ต่างๆ ยิ่งทำให้เพลงฮิต เข้าถึงผู้ฟังได้กว้างขวาง และต่อเนื่อง ตัวอย่างเพลงฮิตที่ดังข้ามยุคสมัย อาทิ

ระดับโลก The Beatles, Mariah Carey, Michael Jackson ศิลปินระดับตำนานที่เพลงฮิตของพวกเขายังคงได้รับความนิยม และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

ระดับไทย พี่เบิร์ด ธงไชย, Bodyslam, ปาล์มมี่, Cocktail, อะตอม, Three man down เพลงของพวกเขาเป็นที่จดจำ และร้องตามได้ทุกเพศทุกวัยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

ยิ่งกว่านั้น หากเจาะลึกไปที่พฤติกรรมการฟังเพลงแล้ว พบว่าคนไทยชื่นชอบการรับชม MV (มิวสิกวิดีโอ) มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งที่ 87% แซงหน้าการฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างๆ ซึ่งคว้าลำดับสองที่ 68% ตามด้วยการรับชมคลิป MV สั้นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อาทิ TikTok, FB/IG Reels หรือ Shorts ของ YouTube ที่ 61%

นอกจากนั้นยังมีการฟังเพลงผ่านวิทยุ และการฟังเพลงผ่านแผ่นซีดีที่หลายคนคิดว่าตายไปแล้ว กลับคว้าอันดับที่ 4และ 5 ตามลำดับ จึงจะเห็นได้ว่าแล้วยิ่งโซเชียลมีเดียก้าวหน้ามากเท่าไหร่ การฟังเพลงเองก็เติบโตสอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยโอกาสและช่องทางในการเข้าถึงเพลงที่กว้างขวางมากขึ้น

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง โลกดิจิทัลได้เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงดนตรีได้ง่าย และสะดวกกว่าที่เคย สร้าง “ฐานผู้ฟัง” ที่ใหญ่ขึ้น และกระจายตัวไปทั่วโลก โดย Music IP คือขุมทรัพย์ ซึ่งลิขสิทธิ์เพลง ศิลปิน และคอนเทนต์ ล้วนเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามหาศาล สามารถต่อยอด และสร้างรายได้ในหลากหลายช่องทาง

ขณะที่เทคโนโลยี คือตัวขับเคลื่อน แพลตฟอร์ม Streaming, Social Media, และเทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยให้ศิลปิน เข้าถึงแฟนเพลงได้ง่ายขึ้น สร้าง Engagement และโอกาสทางธุรกิจที่ไม่สิ้นสุด ธุรกิจเพลงจึงไม่ใช่ Sunset แต่เป็น Sunrise

ศักยภาพที่แท้จริงของธุรกิจเพลงในยุคดิจิทัลจึงมีอีกมากทีเดียว