นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม และผลิตไฟฟ้า เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทประสานงานกับภาครัฐเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและภัยแล้งว่าเป็นอย่างไร เพื่อนำข้อมูลไปชี้แจงแก่ลูกค้าได้รับทราบจึงอยากให้ลูกค้าสบายใจได้ว่าในปีนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำในภาคอุตสาหกรรมแน่นอน
อย่างไรก็ตาม บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(ไอพีโอ) เพื่อนำเงินไปลงทุน ชำระหนี้คืนและเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยในระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคมจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นเดิม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดับบลิวเอชเอจองซื้อ และประชาชนทั่วไปจองซื้อ 22-28 มีนาคม โดยราคาเสนอขายต่อประชาชน ที่ 25.25 – 26.25 บาทต่อหุ้นคิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ประมาณ 19.96 – 20.75 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ (อ้างอิงจากงบการเงินเสมือน) ของบริษัทฯ ในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด ซึ่งเท่ากับ 967,911,301 บาท (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 ถึง 31 ธันวาคม 2559) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด 765,000,000 หุ้น ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.27 บาทต่อหุ้น กำหนดราคาที่แน่นอนในวันที่ 29 มีนาคม 2560 คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 10 เมษายน 2560 นี้
น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในฐานะบริษัทแม่ ว่า ความเชื่อมั่นว่าบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ เป็นบริษัทที่มีศักยภาพความแข็งแกร่งทั้งธุรกิจด้านบริการสาธารณูปโภคแบบครบวงจรและธุรกิจพลังงาน โดยธุรกิจสาธารณูปโภคของบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ ครอบคลุมทั้งการจำหน่ายน้ำดิบ ผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม และบริหารจัดการน้ำเสีย แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมของเหมราช ส่วนธุรกิจพลังงาน บริษัทฯ ได้ลงทุนในธุรกิจผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบัน บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ เข้าร่วมลงทุนกับ กลุ่มกัลฟ์ กลุ่มโกลว์ กลุ่มบี กริม เพาเวอร์ และกลุ่มกันกุล บริษัทฯ ยังมีนโยบายที่จะขยายธุรกิจในการให้บริการสาธารณูปโภคอื่นๆ อาทิ ธุรกิจบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมเพื่อพลังงาน และธุรกิจสาธารณูปโภคในชุมชน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการลงทุนในธุรกิจพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้า IPP SPP และ VSPP ที่เปิดดำเนินการไปแล้วจำนวนประมาณ 350 เมกะวัตต์ (ตามสัดส่วนการลงทุน) และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 190 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเปิดดำเนินการครบ 540 เมกะวัตต์ในราวต้นปี 2562 และอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่หลังคา เช่นพื้นที่หลังคาของคลังสินค้า หรือโรงงานให้เช่าภายใต้การบริหารจัดการของกลุ่ม WHA ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 2 ล้านตารางเมตร และโครงการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมเพื่อพลังงาน โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการกำจัดขยะอุตสาหกรรมเพื่อผลิตไฟฟ้า ร่วมกับ บริษัท โกลว์ เอ็นเนอร์ยี่ และบริษัท สุเอซ (ในสัดส่วนร้อยละ 33.33) ภายใต้ชื่อบริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าประเภท VSPP ที่ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อเดือนตุลาคม 2559 ให้ขายไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมให้กับ กฟภ. จำนวน 6.90 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตติดตั้ง 8.63 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 20 ปี

