DEIIT-UTTC ประเมินลงทุน Stargate พลิกโฉมเทคโนโลยีชั้นสูง-สงครามการค้า

26.01.25 | 16:04 น.

DEIIT-UTTC ประเมินลงทุน Stargate พลิกโฉมเทคโนโลยีชั้นสูง-สงครามการค้า

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (DEIIT-UTTC) เปิดเผยว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานแห่งชาติของรัฐบาลทรัมป์จะทำให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกปรับตัวลงแรง มีแผนสนับสนุนการเพิ่มการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลและสำรวจแหล่งพลังงานฟอสซิลเพิ่มเติม ยกเลิกการห้ามขุดเจาะสำรวจแหล่งพลังงานในที่ดินทางการและพื้นที่นอกชายฝั่งของรัฐบาลโจ ไบเดน นอกจากนี้ ยังชะลอแผนลดการปล่อยคาร์บอนของสหรัฐอเมริกา มาตรการและนโยบายเหล่านี้จะช่วยทำให้อัตราเงินเฟ้อโลกปรับตัวลง ต้นทุนการผลิตภาคธุรกิจอุตสาหกรรมลดลง เฉพาะหน้าส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อในไทยจะลดลงอีกจากแรงกดดันราคาพลังงานโลกลดลงอย่างชัดเจน อัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2568 จะต่ำกว่าที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ที่ 0.8% และมีความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้อในปี 2568 อาจต่ำกว่าปี 2567 อย่างไรก็ตาม การถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสของสหรัฐฯ จะทำให้ภาระต้นทุนในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนของประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น ปัญหาโลกเดือดอาจรุนแรงขึ้นอีก อาจดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสินค้าเกษตรสูงขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบแกว่งผันผวนสูง

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คกล่าวต่อว่า คำสั่งประธานาธิบดีจำนวนมากในวันแรกของดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทรัมป์ คือ การดำเนินงานตาม Heritage Project 2025 ของมูลนิธิ Heritage Foundation มูลนิธิเฮอริเทจ เป็นคลังสมองของเครือข่ายอนุรักษ์นิยมสหรัฐฯ มีความมุ่งหมายในการจัดการ “รัฐพันลึก” ในระบบราชการสหรัฐฯ ด้วยการปฏิรูประบบรัฐการและลดขนาดของระบบรัฐการของรัฐบาลกลาง ลดราคาพลังงาน ลดเงินเฟ้อ ตัดลดค่าใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ เนรเทศผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศและยกเลิการให้สัญชาติโดยกำเนิด ปฏิรูปการศึกษาลดบทบาทรัฐบาลกลาง กำหนดให้รัฐบาลยอมรับการทำงานของบุคคลตามเพศสภาพเมื่อแรกเกิดเท่านั้น ส่งผลกระทบกับชาว LGBTQ ในสหรัฐอเมริกาอย่างมีนัยยสำคัญ ขณะเดียวกัน การยกเลิกการแบน Tik Tok และ ขอให้บริษัทอเมริกันเข้าไปถือหุ้นเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่สะท้อนว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะไม่รุนแรง และหากผลประโยชน์ลงตัว ทุกอย่างสามารถตกลงกันได้

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวอีกว่า การเข้าร่วมถือหุ้นใน Tik Tok ของกลุ่มทุนสหรัฐฯจะทำให้อำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของบริษัทยักษ์ใหญ่ไฮเทคสหรัฐฯเพิ่มขึ้นอีก ส่วนการแบ่งปันของชุมชนออนไลน์สามารถปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ต่างๆ ได้เหมือนเป็นการร่วมกันทำงาน (Cooperation) เว็บไซต์อย่าง เรดดิต และทวิตเตอร์ อาจสร้างการชี้นำความคิดของประชาชนได้มากกว่าหนังสือพิมพ์ หรือสถานีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ โลกออนไลน์ในระบบเศรษฐกิจแบบดิจิทัล เครือข่ายที่ทำงานร่วมกันย่อมได้รับผลลัพธ์ที่ดีกว่าผลงานที่ต่างคนต่างทำ การร่วมกันทำงานแบบเครือข่ายออนไลน์นั้นเป็นการทำงานข้ามพรมแดนรัฐชาติและมีลักษณะเป็นนานาชาติ ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมเครือข่ายความร่วมมือ (Collectivism) และประสานความร่วมมือเชิงลึก (Collaboration) ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทำให้การแบ่งปันในระบบเศรษฐกิจสามารถเกิดขึ้นในขอบเขตกว้างขวางและขยายตัวอย่างก้าวกระโดดผ่านสังคมเครือข่ายความร่วมมือ มีคนมาช่วยกันทำงานเป็นกลุ่มทางออนไลน์มากมาย

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัลฯ (DEIIT-UTTC) ประเมินการลงทุนโครงการ Stargate 5 แสนล้านดอลลาร์หรือ 16 ล้านล้านบาท จะพลิกโฉมแข่งขันเทคโนโลยีชั้นสูงและสงครามการค้า การยกเลิกนโยบายกำกับควบคุมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เพื่อไม่ให้มีการดำเนินการใดๆ ที่ผิดศีลธรรม ให้เสรีภาพในการพัฒนามากขึ้น โครงการ Stargate เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ จะทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำทางด้านเอไอชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานใหม่หลายแสนตำแหน่งเกี่ยวกับ Data Center, AI และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ การทำงานให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯและโลกโดยรวม การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและการทำงานจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม หากไม่วางแผนรับมือความท้าทายให้ดีอาจเกิดผลกระทบต่อตลาดแรงงานมนุษย์ได้ บางประเทศจะมีฐานะเป็นเพียงผู้ซื้อและใช้เทคโนโลยี และหากไม่สามารถประยุกต์ หรือพัฒนาต่อยอดนำไปใช้อย่างเหมาะสมย่อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้น้อย เกิดช่องว่างเกิดความล้าหลังได้

Advertisement

การสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ภายใต้โครงการ Stargate โดยมี OpenAI, Softbank, Oracle รวมทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ไฮเทคอื่นๆ ให้การสนับสนุนจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเอไอที่ใหญ่ที่สุด และทำให้ความต้องการในการบริโภคไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ศูนย์ข้อมูลที่ทำให้ AI ทำงานจะบริโภคข้อมูลจำนวนมหาศาล การลงทุนในเอไอ เป็นฐานรากสำคัญของยุคทองของสหรัฐอเมริกาที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเอาไว้ การประกาศส่งนักบินอวกาศและขยายอาณาเขตไปดาวอังคาร จะสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาการเทคโนโลยี และเกิดธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอวกาศให้เป็นจริงได้ และนี่ก็เป็นฐานรากสำคัญอีกอันหนึ่งของนโยบาย Make America Great Again การลงทุนทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ศักยภาพทางนวัตกรรมเกิดจากการลงทุนทางด้านวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวต่อว่า 2 เดือนหลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง ราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ไฮเทคพุ่งขึ้น ทำให้กลุ่มทุนไฮเทครวยขึ้น 240,000 ล้านดอลลาร์ภายในสองเดือน คาดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โครงสร้างเศรษฐกิจของสหรัฐฯจะเผชิญการควบแน่นของการผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้นอีก สิ่งนี้ไม่ได้มีผลต่อสหรัฐฯเท่านั้น แต่จะทำให้ระบบทุนนิยมโลกถูกครอบงำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ไฮเทคมากยิ่งกว่าเดิม ผลประโยชน์และมูลค่าทางเศรษฐกิจจะถูกรวมศูนย์จากบริษัท 7 นางฟ้า เศรษฐกิจแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์นั้นถูกขับเคลื่อนและดำเนินไปโดยแรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างในส่วนสำคัญของกิจการ ผู้คนเป็นพันล้านคนใช้เวลามากมายในแต่ละวันเพื่อสร้างเนื้อหาให้บริษัทสื่อสังคมออนไลน์ฟรีๆโดยรายงานเหตุการณ์ต่างๆ แสดงความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวต่างๆ พร้อมโพสต์รูปภาพต่างๆ โพสต์วิดีโอต่างๆ สิ่งที่อาจจะพิจารณาว่าเป็นค่าจ้างได้ ก็คือ การสื่อสารถึงกลุ่มคนต่างๆและความสัมพันธ์ใหม่ หากโพสต์มีคนเข้าชมหรือมีส่วนร่วมมากพอก็อาจได้รับส่วนแบ่งจากโฆษณาเพียงเล็กน้อย ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมและได้รับประโยชน์ที่เหมาะสมในเงื่อนไขที่เหมาะสม ในอนาคตการแบ่งปันข้อมูลอาจจะขยายยัง ข้อมูลการเงินส่วนบุคคล ปัญหาสุขภาพ หรือชีวิตส่วนตัว ก็ได้ เจ้าของธุรกิจแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์เจ้าใหญ่ๆของโลกล้วนเป็นบริษัทสหรัฐฯ

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวต่อว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัลฯ (DEIIT-UTTC) ประเมินนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าต่อจีน 60% เป็นเพียงเกมการต่อรอง อาจไม่ทำจริง สงครามการค้าเป็นเพียงแค่ยุทธวิธีการเจรจา ไม่เกิดสงครามจริง ทัศนะบวกต่อจีนของทรัมป์ล่าสุดทำให้บรรยากาศการค้าโลกดีขึ้น และมีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นที่รัฐบาลทรัมป์จะไม่มีการปรับเพิ่มกำแพงภาษีมากอย่างนโยบายหาเสียง เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายังคงเติบโตได้ดีภายใต้ระบบการค้าเสรีของโลกในปัจจุบัน การแก้ปัญหาการขาดดุลทางการค้าของสหรัฐฯต่อประเทศต่างๆ ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสูงมากๆ เพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯเอง ทำให้อัตราเงินเฟ้อค่าครองชีพพุ่งสูง กระทบต่อชาวอเมริกัน รายได้ประชาชาติของสหรัฐฯยังสูงที่สุดในโลก คิดเป็น 24% ของจีดีพีโลก (20 ล้านล้านดอลลาร์) มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 59,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

สงครามการค้าไม่จำเป็นสำหรับสหรัฐฯ เป็นเพียงกลยุทธในการแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าและต้องการให้ประเทศต่างๆ ซื้อสินค้าจากสหรัฐอเมริกามากขึ้น การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯส่วนหนึ่งก็เป็นการนำเข้าสินค้าของบริษัทสหรัฐฯที่ผลิตในประเทศอื่นๆ เท่านั่นเอง การที่สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจเพราะเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีนวัตกรรมมากที่สุดและสหรัฐฯใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาในการกำกับผลประโยชน์ให้ตกกับผู้สร้างนวัตกรรมให้มากที่สุด ดอลลาร์ยังคงเป็นเงินสกุลสำรองสำคัญของโลก สหรัฐฯยังเป็นประเทศที่มีอำนาจในการเพิ่มปริมาณเงินด้วยการพิมพ์ธนบัตรเมื่อจำเป็นเสมอ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯยังคงเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดในตลาดการเงิน ทำให้รัฐบาลสามารถกู้เงินมาสนับสนุนการขาดดุลงบประมาณได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม สถานะเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตหากมีเงินสกุลอื่นมาแทนที่ดอลลาร์ได้ แต่คงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษทีเดียว