ขุนคลัง ขอรอดูจีดีพีQ 4 ปี 67 ก่อน ถกหามาตรการแก้หนี้ค้างเกิน 1 ปี
เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวถึงมาตรการแก้หนี้สำหรับกลุ่มลูกหนี้ค้างชำระเกิน 1 ปีนั้น คือ กลุ่มที่รัฐบาลจะช่วยลดแค่ดอกเบี้ยก็คงไม่ไหว จะต้องคุยไปถึงเงินต้นด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการไปพูดคุยกันมนอนาคต เพราะขณะนี้ มาตรการคุณสู้ เราช่วย ยังลงทะเบียนไม่หมด นอกจากนี้ก็อยากเห็นตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี)จริงๆ ของไตรมาตรที่ 4 ปี 2567 ก่อนด้วย เพื่อดูทิศทางเศรษฐกิจในปี 2568 ถ้าเห็นว่าแนวโน้มดี การพูดคุยกับสถาบันการเงินเรื่องมาตรการช่วยแก้หนี้ ก็น่าจะเข้าใจกันมากขึ้น ส่วนใครจะเป็นเจ้าภาพก็ต้องดูว่ามาตรการใครได้ประโยชน์บ้าง ซึ้งก็ต้องเป็นสถานบันการเงิน หนี้เสียลด ตั้งสำรองก็น้อยลงด้วย
“จีดีพีไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ถ้าไม่เจอน้ำท่วมเชื่อว่าขยายตัวได้ถึง 4% แต่พอมีน้ำท่วมเข้ามา ผมคาดว่า น่าจะประมาณ 3.5-3.6%”
ส่วนเรื่องแจกเงิน 1 หมื่นบาทกลุ่มผู้สูงอายุนั้น คิดว่ามีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่แล้ว เพียงแต่จะมากหรือน้อย ทั้งนี้กลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานแล้ว คิดว่าจะเกิดการใช้เงิน 2 แบบ คือ กลุ่มไม่ได้ทำงานเลย ก็จะเอาเงิน 1 หมื่นบาท ไปใช้ซื้อของอุปโภคบริโภค ส่วนคนที่ยังทำงานอยู่ ก็น่าจะเอาไปลงทุน อาทิ ซื้อของมาขายได้
“ไม่ว่าผลทางเศรษฐกิจจะออกมาแค่ไหนไม่สำคัญ ผมคิดว่า จากการที่ไปดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ มานั้น ไทยเราได้รับการประเมิน คะแนนเรื่องการที่ประชาชนใช้ดิจิทัล ดีมาก และดีต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น การที่รัฐบาลมีการออกดิจิทัล วอลเล็ต ก็ทำให้การติดต่อกับภาครัฐดีมากขึ้น”
ส่วนเงินดิจิทัล เฟส 3 นั้น ตามที่ได้ยินมา น่าจะเริ่มไตรมาส 2 ปี 2568 ซึ่งจะมีการใช้แพลตฟอร์ม ดิจิทัล วอลเล็ต ที่มีการเชื่อมกับสถานบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งเป็นโอกาสให้คนไทยฝึกใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล

