เปิดตัวสถาบัน‘CISPI’ บูมอุตฯสร้างสรรค์-ซอฟต์พาวเวอร์ไทย

28.01.25 | 13:29 น.

นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ เป็นอีกเรือธงของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในปี 2568 นี้

ในการประชุม World Economic Forum 2025 เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส จะเห็นหลากหลายภารกิจในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยในเวทีโลกอย่างเข้มข้น อาทิ แฟชั่นกับความงามผ่านการสวมกระโปรงผ้าปาเต๊ะ รวมถึงร่วมเวทีเสวนา Betazone พร้อมบรรยายหัวข้อ “Not Losing Sight of Soft Power” (ซอฟต์พาวเวอร์ อำนาจที่ไม่ควรมองข้าม)

ส่งให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย ต่างขับเคลื่อนภารกิจนี้อย่างเต็มที่ เพื่อเร่งเศรษฐกิจไทยให้เติบโต

ล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าเปิดตัว “สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์” หรือ Creative Industry and Soft Power Institute (CISPI)

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ (CISPI) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถูกจัดตั้งขึ้น ภายใต้วัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวเนื่องในการสร้างระบบนิเวศ (Enabling Ecosystem) ของอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ซึ่งจะรวมถึงวัฒนธรรม (Culture) ประเพณีที่ตกทอด (Heritage) และภูมิปัญญา (Wisdom) ของไทย

Advertisement

เพื่อผลักดันให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เพิ่มคุณค่าและมูลค่าด้วยอัตลักษณ์ไทย ตลอดจนส่งเสริมเรื่องการสร้างแบรนด์ของสินค้าไทยเพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกระยะยาว

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลมุ่งเพิ่มความสามารถการแข่งขันและวางรากฐานสู่การพัฒนาประเทศในอนาคตว่า มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ การส่งเสริมยกระดับภูมิปัญญาไทย ไปสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) เพื่อส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของประเทศ ดังนั้น THACCA (Thailand Creative Culture Agency) จะเป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ทั้งระบบ เพื่อให้ไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ผ่านวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) และเป็นหนึ่งในผู้นำด้านซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก

ขณะที่ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบมากมายจากการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่สร้างความท้าทายในช่วงเวลาที่ผ่านมา เช่น สงครามการค้า ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี การก่อจารกรรมทางไซเบอร์ เป็นต้น อีกทั้งความท้าทายเหล่านี้ มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยปี 2568 ในหลายๆ ด้านทั้งปัจจัยด้านบวกและลบ

ในแง่ของการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ไทย ประเทศไทยถือว่ามีความโดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ การผลิตที่ละเอียดลออ งดงามผ่านความคิดสร้างสรรค์ และไทยมีโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมการผลิตสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.46 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ กล่าวว่า ภายใต้บริบทของความเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่ท้าทายและส่งผลต่อระบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ภารกิจของสถาบัน คือ การผลักดันเอกลักษณ์ไทย โดยสร้างแบรนด์ Thailand as a Brand และหา Product Champion รวมทั้งสร้างระบบนิเวศแห่งความร่วมมือ

โดยในระยะเริ่มต้น สถาบันได้กำหนด 6 กลุ่มงานนำร่องในการพัฒนา ได้แก่ อาหาร แฟชั่น อัญมณี เกม ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) และซอฟต์พาวเวอร์ภูมิภาค โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.อาหาร เป้าหมาย คือ อาหารไทยสู่ Top 10 โลก โดยใช้ “THAI SELECT” ของกระทรวงพาณิชย์เป็น Umbrella Brand รับรองมาตรฐานรสชาติอาหารไทย ตั้งแต่ระดับปลายน้ำ คือ ร้านอาหาร จนถึงต้นน้ำของซัพพลายเชน คือ วัตถุดิบ เครื่องปรุงอาหารไทยที่มาจากภาคการเกษตร โดยมีโครงการฟู้ดวัลเลย์ (Food Valley) และโครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture Industry (SAI) ของ ส.อ.ท. ร่วมพัฒนา

2.แฟชั่น เป้าหมาย คือ การสร้างแบรนด์แฟชั่นไทย สู่ Top 10 โลก โดยพัฒนาร่วมกับผู้ออกแบบและซัพพลายเชน ตลอดจนส่งเสริมการทำนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแฟชั่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการออกแบบ ตลอดจนการพัฒนาวัสดุที่ยั่งยืน

3.อัญมณี มีหมุดหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอัญมณีและเครื่องประดับ (Gem & Jewelry)

4.เกม มีเป้าหมายทดแทนเกมนำเข้าด้วยเกมไทยในสัดส่วน 10% ของยอดนำเข้า ซึ่งประเมินมูลค่าได้ถึงเกือบ 4 หมื่นล้านบาท โดยนักสร้างสรรค์เกมไทยที่มีศักยภาพ

5.ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) มีเป้าหมายเพื่อนำเสน่ห์แห่ง Wellness ของไทยให้เป็นแบรนด์ที่สร้างความประทับใจและพึงพอใจทั่วโลก

6.ซอฟต์พาวเวอร์ภูมิภาค ด้วยการสร้างโมเดลผ่านการสร้างสื่อเข้าถึงง่าย ทั้งทางรายการโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์ เป็นรายจังหวัดสู่สาธารณะในวงกว้าง การแนะนำ Soft Power ของจังหวัดในรูปแบบคนท้องถิ่น รวมทั้งการแนะนำผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ของจังหวัดและกำหนดแบรนด์

“สถาบัน CISPI พร้อมสร้าง Enabling Eco-system เพื่อเป็น New Growth Engine ของอุตสาหกรรมไทย ด้วย Soft Power ไทยตามแนวคิด Thainess : High Tech to High Touch จากความเก่าเก๋าที่มี เป็นความใหม่ที่สร้างสรรค์ ทำอัตลักษณ์ไทยให้จดจำง่าย สร้างความพึงพอใจและความสุขสู่โลก” นางพิมพ์ใจทิ้งท้าย