หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้าย : สแก...

จอดป้าย : สแกนผู้โดยสาร

28.01.25 | 12:07 น.

จุดขายหลักของสายการบินที่สะท้อนคุณภาพและภาพลักษณ์ คือการบริการ

ปี 2567 การท่องเที่ยวเริ่มฟื้น วงการการบินกลับมาคึกคัก แต่มีปัญหาด้านบริการมากขึ้นเช่นกัน ปี 2568 จึงเข้มกฎเกณฑ์การปฏิเสธการรับขนผู้โดยสารเพื่อคุ้มครองทั้งผู้ให้บริการและผู้โดยสาร

ล่าสุด คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ที่มี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ออกข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 104 ว่าด้วยการปฏิเสธการรับขนผู้โดยสาร ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป โดยจำกัดให้สายการบินของไทยและต่างประเทศ (ผู้ขนส่ง) สามารถปฏิเสธการรับขนผู้โดยสารได้เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

1.ผู้โดยสารซึ่งเป็นผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ไม่ได้แจ้งขอรับบริการช่วยเหลือพิเศษล่วงหน้าภายในกำหนดเวลาที่ผู้ขนส่งแต่ละรายกำหนด และผู้ขนส่งนั้นได้ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางสำหรับผู้โดยสารนั้นแล้ว แต่ไม่สามารถจัดเตรียมบริการเช่นว่านั้นได้

2.ผู้โดยสารนั้นไม่สามารถแสดงเอกสารการเดินทาง ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่สามารถใช้ระบุตัวตน หรือเอกสารที่ใช้ในการผ่านแดนหรือการเข้าเมืองต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้

Advertisement

3.ผู้โดยสารที่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางหรือประเทศที่เป็นจุดแวะพักแจ้งว่าจะไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศหรือแวะพัก

4.ผู้โดยสารที่เป็นทารกแรกเกิดอายุต่ำกว่า 14 วัน

5.ผู้โดยสารอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่เดินทางโดยลำพัง

6.ผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์เกินที่กำหนดในเงื่อนไขในการขนส่งของผู้ขนส่งแต่ละราย

นอกจากนี้ ผู้ขนส่งมีสิทธิปฏิเสธการรับขนผู้โดยสาร สัมภาระ และของที่ผู้โดยสารไม่ยินยอมให้ตรวจค้นหรือไม่ผ่านการตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการปฏิเสธการรับขนด้วยเหตุความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย

เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ..2497 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) ..2562 มาตรา 41/133 เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสาร พร้อมจัดระเบียบรองรับผู้โดยสาร

รวมถึงให้ความยุติธรรมกับสายการบินเช่นกัน