นายกิตติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2560 ผู้ประกอบการยังแข่งขันการดุเดือดเพื่อหาทำเลดี และชิงกำลังซื้อลูกค้า ซึ่งโครงการในตลาดบนผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและมีกำลังซื้อ แต่ตลาดล่างยังได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้กู้สินเชื่อไม่ผ่าน ทั้งนี้ปีนี้ตลาดหลักจะเป็นตลาดแนวราบซึ่งสามารถก่อสร้างและทยอยรับรู้รายได้ ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมมีข้อจำกัดด้านที่ดิน แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังมีการพัฒนาโครงการอยู่ ขณะที่การซื้อขายที่ดินปีนี้ยังมีต่อเนื่องแต่ไม่คึกคักมากนัก เพราะที่ดินที่สามารถพัฒนาโครงการได้เริ่มมีจำกัดมากขึ้น
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมาได้จัดตั้งบริษัทร่วมขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท โดยตนถือหุ้น 40% ที่เหลืออีก 60% เป็นการถือหุ้นของบริษัท แองเจล เรียลเอสเตท คอนซัลแทนซี่ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจีนและสิงคโปร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายเครือข่ายตัวแทนการขาย(เอเจนท์) ร่วมกับเอเจนท์ในจีน ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายทั่วโลกรวมกว่า 800 เอเจนท์ โดยจะเน้นการทำการตลาดแบบออฟไลน์นำโครงการของคอนโดมิเนียมผู้ประการไทยที่ใกล้ก่อสร้างแล้วเสร็จไปขายเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและต้องการลงทุนคอนโดมิเนียมให้เช่า ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการย่อยที่มีสินทรัพย์ราว 10-20 ล้านบาท ในเมืองต่าง ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู เป็นต้น
นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการลงทุนคอนโดมิเนียมให้เช่าจะได้ยังได้รับผลตอบแทนที่ดี ทั้งนี้หากขายต่อก็จะได้ผลประโยชน์จากราคาสินทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้น 6-8% ต่อปี ซึ่งรูปแบบนี้ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการและผู้ลงทุน ตั้งแต่ที่เปิดดำเนินการมามียอดขายแล้ว 7,000 ล้านบาท หรือราว 1,500 ยูนิต อาทิ โครงการของไซมิส แอลพีเอ็น และผู้ประกิบการเชียงใหม่ เป็นต้น ตั้งเป้าหมายยอดขายทั้งปีราว 15,000 ล้านบาท
“คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ชั้นใน มีซัพพลายออยู่ราว 20,000 ยูนิต จำนวนนี้เหลือขายราว 30% ผู้ประกอบการก็มีความสนใจ ซึ่งต่างชาติสามารถซื้อคอนโดมิเนียมได้สัดส่วน 49% ของยูนิตทั้งหมด” นายกิตติศักดิ์ กล่าว

