ยังคงสร้างความคึกคักเหมือนเคย สำหรับมาตรการอีซี่ อี-รีซีท 2.0 อีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลส่งมาบูสต์เศรษฐกิจและกำลังซื้อในปี 2568 โดยมีระยะเวลา 45 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568-28 กุมภาพันธ์ 2568
ครั้งนี้ต่างจากเวอร์ชั่น 1.0 โดยแบ่งการหักลดหย่อนเป็น 2 ส่วน 1.ซื้อสินค้าหรือรับบริการ หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท 2.หักลดหย่อนได้เพิ่มอีกตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ถ้าซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนและซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจเพื่อสังคม สามารถหักลดหย่อนได้ 50,000 บาท แม้จะต่างจากเดิมไปบ้าง แต่ก็สร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยมีความคึกคักได้มากพอสมควร
“รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด สะท้อนภาพว่าโครงการอีซี่ อี-รีซีท ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและยอดขายได้พอสมควร แม้ปีนี้จะต่างจากปี 2567 เพราะแบ่งหักลดหย่อนเป็น 2 ส่วน แต่ก็ทำให้ภาพรวมยอดขายของเพาเวอร์ มอลล์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าโตขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2567
โดยเฉพาะเครื่องฟอกอากาศหลังมีสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ทำให้กระชากยอดขายโตได้มากกว่า 500% หรือกว่า 5 เท่า และมีบางวันที่โตถึง 10 เท่าก็มี อย่างไรก็ดีถ้ารวมเครื่องฟอกอากาศด้วย ยอดขายกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะโตได้มากกว่า 20% ส่วนสินค้าขายดีรองลงมาเป็นเครื่องดูดฝุ่นและมือถือ
“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2568 ยังไม่ดีขึ้นมากนัก เพราะอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่มองว่ากำลังซื้อครึ่งปีแรก ยอดขายไตรมาสแรกจะได้อานิสงส์จากอีซี่ อี-รีซีท ฝุ่น PM2.5 และเครื่องฟอกอากาศ ทำให้ยอดขายเติบโต 20-30% ในขณะที่ไตรมาส 2 จะได้อานิสงส์สภาวะอากาศที่ร้อน ทำให้เครื่องปรับอากาศ พัดลม ตู้เย็นขายดี อีกทั้งยังมีโครงการเงินดิจิทัลเฟส 3 เงิน 10,000 บาท สำหรับคนทั่วไป คาดว่าจะช่วยเป็นอีกแรงส่งให้ยอดขายน่าจะได้เห็นการเติบโต 20% เพราะมองว่าสินค้าหน้าร้อนเป็นปัจจัยที่มีความจำเป็น น่าจะสร้างยอดขายได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าหากเศรษฐกิจปีนี้ยังเป็นสถานการณ์แบบนี้ อยากให้รัฐบาลพิจารณาออกมาตรการเพิ่ม รวมถึงอีซี่ อี-รีซีทที่ควรจะมีต่อเนื่องในปีหน้า” รัชตะกล่าว
“อธิพล ตีระสงกรานต์” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด กล่าวว่า บรรยากาศการใช้จ่ายภายในฟู้ดแลนด์มีความคึกคักขึ้น หลังรัฐมีมาตรการอีซี่ อี-รีซีท แต่ไม่ได้ทำให้ยอดขายเติบโตมาก เนื่องจากลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยยังเป็น
กลุ่มลูกค้าเดิมที่มาซื้อประจำอยู่แล้ว แต่ที่เห็นคือลูกค้าขอใบกำกับภาษีเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีในปริมาณที่มากขึ้น จากเดิมไม่เคยขอ สำหรับกำลังซื้อในไตรมาสแรกของปี 2568 มองว่ายังทรงตัว ไม่ต่างจากปี 2567 มากนัก เพราะยังไม่เห็นปัจจัยบวก
“อัศวิน เตชะเจริญวิกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า ผลตอบรับโครงการอีซี่ อี-รีซีท ประกอบกับบิ๊กซีได้จัดโปรโมชั่นเพิ่ม ส่งผลภาพรวมการจับจ่ายใช้สอยคึกคัก มียอดขายโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนมียอดขายโตเกือบสองหลักจากช่วงปกติและในช่วงเดือนมีนาคมนี้จะมีจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์
“ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในครึ่งปีแรก ยังมีปัจจัยท้าทายจากเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย ถ้ารัฐบาลไม่มีนโยบายมาช่วย คงเป็นเรื่องของกำลังซื้อที่เป็นความท้าทายสำหรับตลาดในประเทศ โดยเฉพาะลูกค้าระดับกลาง-ล่าง แต่ตลาดต่างประเทศอย่างเวียดนามยังไปได้ดีและเราจะมุ่งตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจัยบวกเศรษฐกิจครึ่งปีแรกนี้ ต้องรอดูรัฐบาลที่จะมีนโยบายมาช่วยกระตุ้น อย่างไรก็ตามบิ๊กซีผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง ครั้งนี้ก็ไม่ใช่แย่ที่สุด และเรายังมีโปรโมชั่นดีๆ เพื่อช่วยลดภาระของผู้บริโภค” อัศวินกล่าว
“อัศวิน” กล่าวอีกว่า สำหรับแผนลงทุนบิ๊กซีในปี 2568 อยู่ในช่วงการปรับแผน โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาทเท่ากับปีก่อนหน้า เพื่อขยายสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิมให้ทันสมัย โดยปีนี้จะเปิดสาขาขนาดใหญ่ประมาณ 3-5 สาขาในจังหวัดที่ยังไม่มีบิ๊กซีและเปิดสาขาขนาดเล็ก 250 สาขา ส่วนการปรับปรุงสาขาเดิม มีหลายแห่ง เช่น บิ๊กซีแจ้งวัฒนะ จะปรับโฉมเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่เป็นช้อปปิ้งมอลล์มากขึ้น จะแล้วเสร็จในปี 2569
“วีรพันธ์ อังสุมาลี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โฮมโปรขานรับมาตรการอีซี่ อี-รีซีท ช้อปลดหย่อนภาษีตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและได้รับผลตอบรับที่ดี ในปีนี้ได้เปิดตัวแคมเปญ HomePro Easy E-Receipt และมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเช่นเคย ส่งผลให้ยอดขายสินค้าและบริการเกี่ยวกับบ้านโตต่อเนื่อง โดยอีซี่ อี-รีซีท มีส่วนสำคัญกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2568 และทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ ยังช่วยส่งเสริมการใช้จ่าย เพิ่มโอกาสเติบโตทางธุรกิจให้กับร้านค้าและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญทำให้การจับจ่ายของผู้บริโภคคึกคักมากขึ้น แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจโดยรวมยังทรงตัวก็ตาม
“เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและสินค้าปรับปรุงซ่อมแซมบ้านยังเป็นสินค้ายอดนิยม โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ ตู้เย็น สุขภัณฑ์ ปั๊มน้ำ ทั้งนี้ โฮมโปรเข้าใจถึงความท้าทายของเศรษฐกิจและมุ่งปรับกลยุทธ์เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพลูกค้า โดยมีการส่งเสริมการขายตลอดทั้งปี เช่น จัดโปรโมชั่นพิเศษ การแบ่งจ่ายร่วมกับพันธมิตรการเงิน และปีนี้ยังเดินหน้าลงทุนสาขาใหม่ทุกรูปแบบไม่ว่าโฮมโปร เมกาโฮม และโมเดลไฮบริด” วีรพันธ์กล่าว
“ธรรมรัตน์ โชควัฒนา” กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า อีซี่ อี-รีซีท ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าของ ไอ.ซี.ซี.เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2567 เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ที่อาจจะทำให้คนชะลอจับจ่ายใช้สอยไปบ้าง อย่างไรก็ตามคาดหวังว่ามาตรการที่รัฐบาลออกมาจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและยอดขายได้
“ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2568 เรายังเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมากขึ้น จากเดิมจะคาดการณ์ทุก 6 เดือน ปรับมาเป็นระยะสั้นมากขึ้น แม้เดือนแรกของปีนี้เริ่มเห็นการส่งสัญญาณที่ดีจากมาตรการของรัฐบาล แต่คงต้องเฝ้าดูสถานการณ์ต่อไป อย่างไรก็ตามท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันและการแข่งขันที่สูง ไอ.ซี.ซี.ยังคงรักษาและประคับประคองสถานการณ์ได้อยู่ ทั้งต้นทุน รายได้ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโตเพิ่มจากปีที่แล้ว 5-6%” ธรรมรัตน์กล่าวทิ้งท้าย

