ลัคกี้ สุกี้ น้องใหม่ในหม้อเดือด เปิด 3 ปี รายได้พุ่ง 1,000 ล้าน ปีนี้ลั่นขอโตเท่าตัว
นอกจาก “สุกี้ ตี๋น้อย” ที่ฮิตติดลมบน จนสร้างความสั่นสะเทือนถึงเจ้าตลาดแล้ว ยังมีแบรนด์น้องใหม่ “ลัคกี้ สุกี้” ที่ท้าชน
สำหรับ “ลัคกี้ สุกี้” เป็นแบรนด์ใต้ลมปีกของบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด แม้จะเข้าสู่ตลาดสุกี้ได้แค่ 3 ปี แต่ก็สามารถเดินหน้าขยายสาขาได้ 20 สาขา แบ่งเป็น ”ลัคกี้ สุกี้“ 15 สาขา และ”ลัคกี้ บาร์บีคิว“แบรนด์ใหม่แกะกล่องที่เพิ่งเปิดปี 2567 มี 5 สาขา และมียอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท
ส่วนหนึ่งของความสำเร็จอาจจะเป็นเพราะเจาะตลาดแมส และกลยุทธ์ด้านราคาเป็นแบบบุฟเฟต์เริ่มต้น 219 บาท จึงทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ไม่ยาก
สำหรับปี 2568 เตรียมปูพรมขยายสาขาเพิ่มขยายสาขาเพิ่ม 16-20 สาขา แบ่งเป็น ลัคกี้สุกี้ 60%และ ลัคกี้บาร์บีคิว 40% ด้วยงบลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท ครอบคุมกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เพื่อดันยอดขายโต 100%
“รสรินทร์ ติยะวราพรรณ” กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดสุกี้ในประเทศไทย ประกอบกับเศรษฐกิจที่ซบเซา ได้เห็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จาก YOLO (YOU ONLY LIVE ONCE) ไปสู่ YONO (YOU ONLY NEED ONE) จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจ แม้จะอยู่ในสงครามแดงเดือด เพราะผู้บริโภคจะต้องการในสิ่งที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด
“สอดคล้องกับแนวทางของลัคกี้ และตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราพิสูจน์แล้วว่าลัคกี้มีวันนี้ได้ด้วยการตั้งต้นจากคำว่า ลูกค้า โดยในปีนี้ เรามีชาเลนจ์ที่สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้รักเราเหมือนเดิม ในขณะที่ฐานลูกค้าใหม่ ก็ยังต้องเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา”รสรินทร์กล่าว

”รสรินทร์“ ฉายภาพตลาดสุกี้ว่า ปัจจุบันตลาดสุกี้ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 23,000-25,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของลัคกี้สุกี้นั้น เติบโตแบบก้าวกระโดด ปิดปี 2567 มียอดขายแตะหลัก 1,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่มีให้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นปีนี้จะใช้กลยุทธ์การตลาด ภายใต้ THEMATIC Campaign “รักเธอไม่มีหมด” โดยในความหมายของแคมเปญจะแบ่งเป็น 2 มุมมอง คือ การที่แบรนด์ลัคกี้มีความรัก ความเอาใจใส่ต่อลูกค้า พร้อมที่จะพัฒนาทุกมิติของการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มากกว่า
”นอกจากนี้เรายังตั้งเป้าที่จะขยายสาขาภายใต้แบรนด์ลัคกี้ให้ได้มากที่สุด จากเดิมที่มีอยู่ 20 สาขา ซึ่งทุกๆ สาขาที่เปิดใหม่จะเป็นโลเคชั่นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่มีศักยภาพและต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง รวมถึงต้องตอบโจทย์ในแง่โอกาสทางธุรกิจและพาร์ทเนอร์ เพื่อสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นให้ได้อีก 100% หรือ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 นี้”รสรินทร์กล่าว


