กสทช. กางไทม์ไลน์เม.ย.68 ประมูล 6 คลื่น 1.2 แสนล้าน ด้านเอไอเอสโอด ราคาแพง จี้ทบทวน
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งว่า จะเดินหน้าแผนประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (IMT – International Mobile Telecommunications) รวม 6 ย่านความถี่ ได้แก่ 850 MHz, 1500 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz, 2300 MHz และ 26 GHz
ล่าสุด ร่างประกาศหลักเกณฑ์การอนุญาตฯ ได้ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ กสทช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อเปิดรับข้อเสนอแนะก่อนเข้าสู่กระบวนการประมูล
มติดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 มีมติเห็นชอบในหลักการของ ร่างประกาศฯ ซึ่งกำหนดแนวทางการประมูล แบบ Simultaneous Ascending Clock Auction โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับระยะเวลาการอนุญาต การส่งเสริมการแข่งขันในตลาด และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภค
กสทช. กำหนดให้ใช้วิธีประมูลแบบ Simultaneous Ascending Clock Auction ซึ่งเป็นการประมูลที่มีการเสนอราคาเพิ่มขึ้นตามรอบเวลา โดยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
1.ขั้นตอนการจัดสรรชุดคลื่นความถี่ (Allocation Stage)
– ผู้เข้าประมูลเสนอราคาคลื่นความถี่ในแต่ละชุด
– ราคาจะเพิ่มขึ้นตามรอบประมูลจนกว่าจะไม่มีผู้เสนอราคาเพิ่มเติม
2.ขั้นตอนการกำหนดย่านความถี่ (Assignment Stage)
– กำหนดช่วงความถี่ของผู้ชนะประมูลในแต่ละช่วงคลื่น
– มีการปรับเงื่อนไขเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดของคลื่น
การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ทั้งหมดจะมีอายุ 15 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต ยกเว้นคลื่น 2100 MHz ซึ่งใบอนุญาตจะมีอายุ 13 ปี เนื่องจากใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดในปี 2570
การประมูลครั้งนี้ กสทช. ได้กำหนดราคาเริ่มต้นของคลื่นความถี่แต่ละย่าน ดังนี้
– 850 MHz : 2 ชุด (2×5 MHz) ใบอนุญาตละ 6,609 ล้านบาท
– 1500 MHz : 11 ชุด (5 MHz) ใบอนุญาตละ 904 ล้านบาท
– 1800 MHz : 7 ชุด (2×5 MHz) ใบอนุญาตละ 6,219 ล้านบาท
– 2100 MHz (FDD) : 12 ชุด (2×5 MHz) ใบอนุญาตละ 3,391 ล้านบาท
– 2100 MHz (TDD) : 3 ชุด (5 MHz) ใบอนุญาตละ 497 ล้านบาท
– 2300 MHz : 7 ชุด (10 MHz) ใบอนุญาตละ 1,675 ล้านบาท
– 26 GHz : 1 ชุด (100 MHz) ใบอนุญาตละ 423 ล้านบาท
รวมทั้งสิ้น 450 MHz คิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำ 121,026 ล้านบาท
นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า คาดว่า การประมูลคลื่นความถี่ครั้งใหม่นี้จะมีขึ้นช่วงกลางหรือปลายเดือนเมษายน 2568
ทั้งนี้ มองว่าผู้ให้บริการต้องการคลื่นความถี่ 2100 MHz, 2300 MHz ซึ่งการออกแบบการประมูลรอบนี้เน้นการแข่งขัน โดยเฉพาะคลื่นในกลุ่มเดียวกัน หากผู้ให้บริการรายใดได้รับช่วงความถี่หนึ่ง อาจต้องการควบรวมคลื่นอื่นที่เคยลงทุนไว้แล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และแม้ราคาเริ่มต้นการประมูลจะถูกลงจากรอบที่ผ่านมา แต่ยังสูงอยู่ ทำให้ผู้ให้บริการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากต้นทุนที่สูงอาจสะท้อนกลับมาที่ผู้บริโภคผ่านค่าบริการ
อีกทั้งใน 2-3 ปีข้างหน้า ผู้ให้บริการจะต้องเตรียมงบประมาณสำหรับการประมูลคลื่น 3500 MHz ซึ่งเป็นย่านความถี่หลักของ 5G ในระดับสากล ทำให้ต้องพิจารณาว่า ควรเข้าประมูลคลื่นรอบนี้ หรือรอประมูล 3500 MHz ทีเดียว ซึ่งขณะนี้ฝั่งโทรคมนาคมมีความชัดเจนแล้ว แต่ฝั่งกิจการกระจายเสียง ทีวีดิจิทัล ยังไม่มีทิศทางที่แน่นอน
ด้าน นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า สนใจที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ทุกย่านที่ กสทช.เตรียมเปิดประมูล แต่มองว่าราคาเริ่มต้นที่ประกาศยังสูงเกินไป อาจกระทบต่อการลงทุนขยายโครงข่ายและไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ กสทช.พิจารณาปรับลดราคา เพื่อสร้างสมดุลในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม กระตุ้นให้เกิดการลงทุน และช่วยให้ประเทศไทยมีระบบโทรคมนาคมที่แข็งแกร่งขึ้น
โดยราคากลางของการประมูลควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แทนการอ้างอิงราคาต่างประเทศ หรือการประมูลเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เพราะหลายประเทศให้คลื่นความถี่ฟรีเพื่อสนับสนุนการลงทุนโครงข่าย แต่ไทยไม่สามารถดำเนินการเช่นนั้นได้เนื่องจากติดข้อกฎหมาย ขณะที่ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยเหลือผู้ให้บริการหลักเพียง 2 รายคือ AIS และ True ซึ่งที่ผ่านมา ทั้ง 2 บริษัท จ่ายค่าคลื่นความถี่ให้ กสทช. แล้วรายละกว่า 2 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกัน กสทช. ควรส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้ระบบ 4G และ 5G หลังพบว่าผู้บริโภคจำนวนมากยังคงใช้เครือข่าย 2G และ 3G ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ หากเอกชนต้องลงทุนขยายโครงข่าย กสทช.ควรมีมาตรการช่วยลดภาระต้นทุนค่าอุปกรณ์ เพื่อจูงใจให้ผู้ให้บริการและผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ผลักดันการใช้ดิจิทัลวอลเล็ตและบริการดิจิทัลอื่นๆ ที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจยุคใหม่
“AIS พิจารณาทุกคลื่นความถี่ด้วยราคา ยอมรับว่าสนใจคลื่น 2100 MHz ในการประมูลรอบนี้ และตั้งข้อสงสัยว่าคลื่น 2300 MHz มีแถบความถี่สั้นกว่า 2600 MHz แต่กลับมีราคาถูกกว่าได้อย่างไร กสทช. ต้องชี้แจงให้โปร่งใสและหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติ ส่วนคลื่น 3500 MHz ซึ่งเป็นย่านความถี่หลักของ 5G ระดับสากล ที่ กสทช. มีแผนจะนำออกมาประมูล ก็มีความสนใจ แต่ตอบไม่ได้ว่าจะเข้าร่วมการประมูลหรือไม่” นายสมชัย กล่าว
สำหรับปี 2568 หน้าที่หลักของโอเปอเรเตอร์ คือ การเร่งขยายโครงข่ายเพื่อรองรับปริมาณการใช้งานของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น แม้สวนทางกับรายได้จะไม่ได้เติบโตมากนัก ดังนั้น หากค่าประมูลคลื่นความถี่สูงเกินไป อาจกระทบต่อการลงทุนและขยายโครงข่ายได้ไม่เต็มที่ ขณะเดียวกัน มองว่า เทรนด์ AI จะเป็นตัวแปรสำคัญในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หากนำมาใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล เช่น การพัฒนา AI สำหรับคอลเซ็นเตอร์ เพื่อลดการจ้างงาน หรือใช้ Network Intelligence บริหารจัดการเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

