‘บ้านเพื่อคนไทย’ ผ่านเกณฑ์ 1.4 แสนราย จ่อเพิ่มเฟสใหม่ โคราช กาญจนบุรี หาดใหญ่ สงขลา สุราษฎร์ธานี
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าความคืบหน้า “โครงการบ้านเพื่อคนไทย” ว่าภาพรวมผู้ลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2568 จนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่ามีผู้เข้ามาชมเว็บไซต์รวมแล้ว 75 ล้านครั้ง โดยมีผู้ลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 2.7 แสนคน และสามารถผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้น (Pre-Approve) เป็นผู้สามารถกู้เงินของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตามเงื่อนไขแล้ว 1.4 แสนคน สำหรับพื้นที่ที่มีคนลงทะเบียนมากที่สุดคือ พื้นที่ กม.11 (วิภาวดี) กรุงเทพมหานคร
เบื้องต้นจะเปิดให้ลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการจนถึงสุดสัปดาห์นี้ จากนั้นจะปิดรับการลงทะเบียน และ ธอส.จะดำเนินการคัดกรองคุณสมบัติและดำเนินการแจ้งต่อผู้ที่คุณสมบัติผ่านได้รับทราบ
นายสุรพงษ์กล่าวว่า เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีประชาชนลงทะเบียนและผ่านเกณฑ์คุณสมบัติจำนวนมาก ดังนั้น จะมอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้ามาดำเนินการเรื่องการจับสลากผู้ได้รับสิทธิในเฟสแรก เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด โดยใน 4 พื้นที่นำร่องจะมีรวมประมาณเกือบ 5,000 ยูนิต โดยกรณีที่ผ่านคุณสมบัติ แต่พลาดจากการจับสลากในเฟสแรก ก็ยังคงมีสิทธิในการเข้าแรนดอมในเฟสต่อๆ ไปได้
นอกจากนี้ นายสุรพงษ์กล่าวว่า เร็วๆ นี้จะเปิดพื้นที่ในเฟส 2 อีกประมาณ 10,000 ยูนิต และเฟส 3 เฟส 4 ตามไป มีเป้าหมายภายในปี 2568 จะมีทั้งหมด 100,000 ยูนิต และจะเริ่มส่งมอบให้ผู้ได้รับสิทธิเข้าอยู่อาศัยภายในปี 2569 โดยพื้นที่ที่จะนำมาพัฒนาจะเน้นที่อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ มีประชากรหนาแน่น เช่น จ.นครราชสีมา กาญจนบุรี หาดใหญ่ สงขลา สุราษฎร์ธานี เป็นต้น เนื่องจากวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย และใช้ระบบรางในการเดินทาง ซึ่งอนาคตระบบทางคู่ รถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จการเดินทางจะสะดวกปลอดภัยมากขึ้น
อาทิ ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จะมีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณสถานีรถไฟกาญจนบุรี และ ป้ายหยุดรถสะพานแควใหญ่ โดยมีแนวทางการพัฒนาในรูปแบบคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,000 ยูนิต คาดว่าการดำเนินการในเฟสที่ 1 จำนวน 1,500 ยูนิต จะแล้วเสร็จในปี 2569 ซึ่ง จ.กาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ส่วน บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) นั้น มีหน้าที่นำที่ดินรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเดินรถ (Non-Core Business) มาพัฒนา หารายได้ หรือนำสัญญาที่มีอยู่เดิมมาบริหารต่อ มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 200 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มทุนเป็น 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินโครงการบ้านเพื่อคนไทย ซึ่งจะต้องมีการกู้เงินมาก่อสร้าง คาดว่ามูลค่าลงทุนเฟสแรกที่ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างทำแผนเสนอบอร์ดการรถไฟเป็นการทยอยจ่าย ในขณะที่เมื่อเฟสแรกเสร็จก็จะมีรายได้จากผู้เช่าอาศัยเข้ามา โครงการนี้มีรายได้แน่นอน ถือว่าไม่มีความเสี่ยง การกู้เงินไม่น่ามีปัญหา
แหล่งข่าวจาก SRTA เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปการคัดเลือกผู้รับเหมาที่จะก่อสร้างบ้านเพื่อคนไทยนั้น บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จะยึดตามระเบียบบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นระเบียบที่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากกรมบัญชีกลางแล้ว ไม่ใช่ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
ขณะนี้โครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ในขั้นตอนของการเตรียมศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำทีโออาร์เพื่อเปิดประกวดราคาจ้างออกแบบโครงการ ในรูปแบบออกแบบรายละเอียด (Detail Design) ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการเปิดประมูลคัดเลือกงานก่อสร้างได้เมื่อไหร่

