หน้าแรก เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมสื่...

อุตสาหกรรมสื่อโฆษณา โอด เจ้าของสินค้าชะลอใช้งบ ‘ตลาดนิ่งผิดปกติ’

8.02.25 | 16:24 น.
แฟ้มภาพ

อุตสาหกรรมสื่อโฆษณา โอด เจ้าของสินค้าชะลอใช้งบ ‘ตลาดนิ่งผิดปกติ’

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายรติ พันธุ์ทวี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (AAT) เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาปี 2568 ว่า จับสัญญาณถึงธุรกิจหยุดและเฝ้าระวังปัจจัยแวดล้อม จึงอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากแบรนด์สินค้าและบริการกำลังจับตาดู( wait and see) สถานการณ์ปัจจัยรายล้อมต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบหลังนโยบายทรัมป์ 2.0 ที่จะมีผลต่อการทำธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

ซึ่งหากนโยบายทรัมป์ 2.0 และความรุนแรงภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น ย่อมกระทบต่อภาคส่งออกของไทย และทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต รวมถึงการปรับตัวของประเทศที่ได้รับกระทบจากทรัมป์ 2.0 โดยเฉพาะจีน ยุโรป และเอเชีย เองด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมักจะมาพร้อมกับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ความระมัดระวังใช้จ่ายในทุกมิติจะมากขึ้น รวมถึงงบประมาณที่จะใช้กับการตลาดและสื่อโฆษณา

“ปกติไตรมาสแรกของปีจะเป็นช่วงที่การใช้งบโฆษณาและสื่อต่างๆ จะลดลง จากที่มีการใช้กันมาแล้วในไตรมาส 4 ก่อนหน้า เพื่อการกระตุ้นการซื้อปลายปีและต้นปี จะมาดีขึ้นอีกครั้งเข้าหน้าร้อนในไตรมาสสอง ทั้งเครื่องดื่ม เครื่องปรับอากาศ สินค้าเพื่อการดับร้อน เป็นต้น แต่ปีนี้พบว่าสถานการณ์นิ่งเกินไปกว่าปีปกติ และยังไม่เห็นว่าปีนี้จะมีกิจกรรมหรืออีเวนต์ใหญ่ๆ ภาคธุรกิจเราจึงมองว่าอุตสาหกรรมโฆษณาในปีนี้ น่าจะยังขยายตัวใกล้เคียงจีดีพี หรือขยายตัวช่วง 2-2.5% และมูลค่าทั้งอุตสาหกรรมน่าจะอยู่ที่ 9.2-9.5 หมื่นล้านบาท ที่ประเมินว่าจะขยายตัวได้ 4-4.5% นั้นคงยาก” นายรติกล่าว

นายรติกล่าวอีกว่า สมาคมฯให้ความสำคัญและสนับสนุนให้บริษัทสมาชิกได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมจากนี้ โดยกำลังติดตามผลกระทบจากนโยบายทรัมป์ 2.0 แน่นอนว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนต่อเนื่อง การวางแผนระยะยาวเป็นปี อาจไม่ได้แล้ว ต้องหันมาทำโซลูชั่นที่รองรับการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ต้องเน้นการทำแผนระยะสั้น ที่สำคัญต้องเตรียมพร้อมด้านเครื่องมือและบุคคลากรที่จะสามารถของรับสื่อแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นและลูกค้าเริ่มหันมาใช้มากขึ้น

Advertisement

อย่างวันนี้สื่อดิจิทัลเป็นกลุ่มหลักที่มีการเติบโตสูงและมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทแล้ว อย่างไรก็ตาม ช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา จะเห็นหลายเอเยนซี่ควบรวม และแตกแขนงธุรกิจเจาะงานเฉพาะด้านมากขึ้น องค์กรที่มีขนาด 300-400 คน ก็ถูกแตกเป็นธุรกิจย่อยหรือบริษัทย่อย เพื่อให้คล่องตัวและสร้างทีมที่มีความชำนาญมากขึ้น ขณะเดียวกัน หากรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นใช้จ่าย และสร้างสภาพแวดล้อมให้มั่นใจเกิดการลงทุนในไทยมากขึ้น ก็จะเป็นส่วนสำคัญ ในการกระตุ้นใช้สื่อโฆษณา

“ที่วิตกการเข้ามาของจีนในอุตสาหกรรมโฆษณาเหมือนกับหลายธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้น ยอมรับว่ามีการพูดกันมากในวงการ แต่ยังไม่เห็นการตัวตนในแบบตั้งบริษัทหรือเข้ามาร่วมทุนกับบริษัทในไทย แต่เห็นทีมงานของสินค้าจากจีน

อย่างรถยนต์อีวีหรือเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อดังจากจีน ก็จะมาพูดคุยกับบริษัทในไทยและยอมรับความคิดสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งก็มองเป็นโอกาสที่ไทยจะเจาะลูกค้าธุรกิจจีน ซึ่งสมาคมก็จะไปหารือกับสมาคมในจีนที่มีเกือบทุกมณฑลที่มีขนาดใหญทั้งนั้น รวมถึงจะเปิดตลาดใหม่ด้วย” นายรติ กล่าว