หน้าแรก เศรษฐกิจ ทองคำพุ่งกระฉ...

ทองคำพุ่งกระฉูดตามราคาโลก เช้านี้พรวดเดียว 750 บาท แตะ 47,850 บ. ทำนิวไฮรอบใหม่ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

11.02.25 | 09:32 น.

ทองคำพุ่งกระฉูดตามราคาโลก เช้านี้พรวดเดียว 750 บาท แตะ 47,850 บาท ทำนิวไฮรอบใหม่ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายทองคำตามประกาศสมาคมค้าทองคำประจำวันนี้ (11 ก.พ.) ว่า ทันทีที่เปิดตลาดซื้อขายเมื่อเวลา 09.07 น. ราคาทองคำปรับขึ้นพรวดเดียว 750 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกที่ระดับ 47,350 บาทต่อบาททองคำ และราคาทองรูปพรรณขายอกที่ระดับ 47,850 บาทต่อบาททองคำ เป็นการแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ หลังจากเมื่อวาน(จันทร์ 10 ก.พ.) ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิตินิวไฮติดต่อกันทั้งหมด 13 ครั้ง รวมราคาปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 850 บาท ในขณะที่ค่าเงินบาทวันนี้อ่อนค่าลงสู่บริเวณ 34 บาท แถวๆ 34.07 บาท เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนต่อทองคำในประเทศพุ่งแรงนิวไฮต่อเนื่องดังกล่าว

ทั้งนี้สมาคมค้าทองคำวิเคราะห์ว่า ราคาทองคำ Spot เช้าวันนี้ปรับเพิ่มขึ้นแรงอย่างต่อเนื่องสู่บริเวณแถวๆ 2,935 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาทองคำโคเม็กซ์สหรัฐปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมาพุ่งขึ้น 46.80 ดอลลาร์ สู่บริเวณ 2,934.40 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ เนื่องมาจากยังคงได้รับแรงหนุนจากการเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรรอบใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลให้เกิดสงครามการค้าและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาทองคําฮ่องกงเปิดตลาดเช้าวันนี้เพิ่มขึ้น 290 ดอลลาร์ฮ่องกง สู่บริเวณ 27,160 ดอลลาร์ฮ่องกง

ราคาทองคํา Spot พุ่งทำสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างเนื่องจากโดยยังคงได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรรอบใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลให้เกิดสงครามการค้าและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ส่วนทองในประเทศเปิดตลาดพุ่งพรวดนิวไฮ 47,350 บาท

ราคาทองคำตลาดโลกเช้าวันอังคารยังคงพุ่งแรงทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่อย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดพุ่งแตะบริเวณแถวๆ 2,937 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าเพื่อซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรรอบใหม่ของ ปธน. ทรัมป์ อาจส่งผลให้เกิดสงครามการค้าและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น

Advertisement

หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ปธน.ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ากับจีน และได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมของเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% จากทุกประเทศ แต่ยังไม่ได้ระบุวันที่จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งถือว่าเป็นการยกระดับการทำสงครามการค้า นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ก็กำลังพิจารณาเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปเช่นกัน