หน้าแรก เศรษฐกิจ ชมรมร้านอาหาร...

ชมรมร้านอาหาร ขอบคุณนายกฯ อิ๊งค์ ทบทวน ปลดล็อกกม.งดขายเหล้า-เบียร์

13.02.25 | 14:33 น.

ชมรมร้านอาหาร ขอบคุณนายกฯ อิ๊งค์ ทบทวน ปลดล็อกกม.งดขายเหล้า-เบียร์ ช่วง 14.00-17.00 น.

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เปิดเผยว่า จากกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งทบทวนเวลาขายเหล้าและเบียร์ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นกฎเรื่องการห้ามขายช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ว่าเหมาะสม หรือสอดรับความเป็นจริงในสังคมไทยอย่างไร, การห้ามจำหน่ายในวันสำคัญทางพุทธศาสนา เป็นต้น นั้น

ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารได้แสดงความขอบคุณต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังจากที่ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์และเข้าใจบริบทของกฎหมายที่ล้าสมัยโดยเฉพาะคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. และรับฟังข้อเรียกร้องของชมรมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยชี้แจงว่าคำสั่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เดิมเพื่อไม่ให้ข้าราชการดื่มแอลกอฮอล์ในเวลางาน ซึ่งใช้กันมาเป็นเวลากว่า 53 ปี แต่สภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างมาก

นายสรเทพกล่าวว่า ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารได้ส่งจดหมายเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2567 ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยในยุคปัจจุบันเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การคงคำสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงบ่ายจะส่งผลให้ร้านอาหารขาดรายได้ในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวและลูกค้าชาวไทยต้องการมาทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มคู่กัน

Advertisement

อย่างไรก็ตาม นายสรเทพระบุว่า เข้าใจ มีหลายหน่วยงานมีความกังวลเรื่องผลกระทบต่อเยาวชน ซึ่งทางชมรมได้เขียนและอธิบายตลอดว่า ขอเรียกร้องให้กับเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เป็นร้านอาหารเท่านั้นที่ให้ยกเลิกการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 14.00-17.00 น. และมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเยาวชนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะประเทศไทยมีมาตรการและกฎหมายอื่นที่ครอบคลุมเรื่องการห้ามจำหน่ายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และการควบคุมปัญหาเมาแล้วขับอยู่แล้ว

นอกจากนี้ นายสรเทพเผยว่า การยกเลิกคำสั่งฉบับนี้คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกด้วย โดยเฉพาะในยุคที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความต้องการสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ นายสรเทพกล่าวว่า ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ทันวันที่ 1 เมษายน 2568 นี้นั้นจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน