ความเชื่อมั่นผู้บริโภคม.ค. รับอานิสงส์มาตรการรัฐ-เทรดวอร์ไม่แรง ค่าดัชนีสูงสุด รอบ 8 เดือน
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม 2568 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ 59.0 เพิ่มขึ้นจาก 57.9 ในเดือนธันวาคม 2567 เป็นปรับตัวเพิ่มเป็นเดือนที่ 4 ต่อเนื่องและอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 ผลจากผู้บริโภคเริ่มเห็นว่ามาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ช่วยผ่อนคลายให้สถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น และการท่องเที่ยวในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ผู้บริโภคยังเชื่อว่าเศรษฐกิจในอนาคตจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น หากรัฐบาลสามารถขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศ และนอกประเทศ เพิ่มเติม
แต่ค่าดัชนีความเชื่อมั่นเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง มีความกังวลจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และอิสราเอล-ฮามาส ต่ออนาคตต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน และในอนาคต เพิ่มจาก 41.3 และ 66.0 เป็น 42.4 และ 67.0 ตามลำดับ
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางาน ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต เพิ่มขึ้นจาก 51.4 55.3 67.0 เป็น 52.6 56.2 68.1 ตามลำดับ เช่นเดียวกับดัชนีคามเหมาะสมการซื้อรถยนต์คันใหม่ ซื้อบ้านหลังใหม่ เพื่อการท่องเที่ยว และลงทุนทำธุรกิจ ปรับดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
“ทิศทางความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะค่อยๆดีขึ้น โดยเฉพาะการเมืองภายในประเทศนิ่ง ซึ่งขณะนี้พรรคภูมิใจไทย จะไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากท้ายสุดมีการนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา และทำให้การเมืองขาดเสถียรภาพ จะกลายเป็นปัจจัยลบ ที่ต้องตามจากนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นปัจจัยลบที่รุนแรง “นายธนวรรธน์ กล่าว
นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า หอการค้าไทยคงตัวเลขประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 2568 อยู่ที่ 3.0-3.5% จากปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการของรัฐที่เข้ามาขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยว คาดจะถึง 38 -40 ล้านคน สงครามการค้าสหรัฐและจีน มองว่าไม่รุนแรงและไม่กระทบมากนัก รวมถึงปัญหาสงครามไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาสถานการณ์ในประเทศและนอกประเทศในช่วงเดือนเมษายนนี้

