‘นภินทร’ ไฟเขียวตั้งชุดเฉพาะกิจ คุมเข้มทั้งออนไลน์ออฟไลน์ สินค้าด้อยคุณภาพ-ปรามนอมินี
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงพาณิชย์ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SME ไทยและแก้ไขปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ ครั้งที่ 3 ร่วมกับ 20 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ว่า คณะอนุกรรมการ ได้หารือร่วมกันถึงปัญหาการนำเข้าสินค้าไม่ได้คุณภาพมาตรฐานจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมที่สำคัญต่อภาคเศรษฐกิจ โดยที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้รับข้อเสนอด้านการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แบ่งเป็น 4 ประเด็น ได้แก่
1.ด้านมาตรฐานสินค้าและการดำเนินธุรกิจ โดยขอให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดในการใช้กฎหมายฉลากสินค้าและมาตรฐาน การกำกับดูแลแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และพิจารณามาตรการสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศ ด้านการขยายอายุใบอนุญาต การพัฒนาห้องทดสอบในประเทศ และการใช้กลไก Standard Developing Organizations (SDOs)
2. ด้านมาตรการทางการค้า ทั้งการอำนวยความสะดวกการเข้าถึงมาตรการตอบโต้ทางการค้า และทบทวนอัตราภาษี
3. ด้านพิธีการศุลกากรและช่องทางการนำเข้าโดยขอให้เข้มงวดกับการกำกับดูแลสินค้านำเข้า
4. ด้านการส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ โดยเฉพาะการพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษี การปรับเพิ่มแต้มต่อการจัดซื้อจัดจ้าง และขยายตลาดให้ภาคเอกชน นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอจากภาคเอกชนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสนับสนุนให้มีการติดฉลากสินค้าเสื้อผ้าเด็กทั้งสินค้าในประเทศและสินค้านำเข้าเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคด้วย

นายนภินทร กล่าวว่า จากข้อเสนอแนะดังกล่าว ตนรู้สึกยินดีอย่างมาก ที่ได้รับเสียงสะท้อนจากภาคเอกชน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาสินค้าไม่มีคุณภาพมาตรฐาน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นแหล่งสินค้าคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยคณะอนุกรรมการเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ให้พิจารณาผลักดันการดำเนินการในด้านต่างๆ ตามที่ ส.อ.ท. เสนอให้มีความเข้มข้นและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อเสนอไปดำเนินการทั้งในด้านการเข้มงวดกฎหมายสำหรับมาตรฐานสินค้าและการนำเข้าสินค้า การสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้บริโภคถึงการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ และการสร้างศักยภาพทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในด้านต่างๆ
” สิ่งที่ถือเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับการประชุมในวันนี้ คือ เห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายเป็นการเฉพาะ โดยกระทรวงพาณิชย์จะนำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและป้องปรามธุรกิจนอมินีอย่างเข้มข้นและเด็ดขาดไปพร้อมกัน โดยจะเริ่มดำเนินการทันที หลังที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เห็นชอบ คาดจะเร่งได้ภายในไตรมาแรกปีนี้ ” นายนภินทร กล่าว

นายนภินทร กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอจากภาคเอกชนประเด็นการติดฉลากเสื้อผ้าเด็กเพื่อความปลอดภัยและคุ้มครองผู้บริโภคจากความเสี่ยงด้านการสวมใส่เสื้อผ้า ที่อาจระคายเคืองได้ กระทรวงพาณิชย์ ขอให้ผู้ประกอบการไทยติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดถึงแนวทางการปรับตัว เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการโดยคำนึงถึงผู้บริโภคและผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการได้เห็นชอบแนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ เพื่อร่วมกันกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ถูกต้องต่อไป ในเร็วๆนี้
นายนภินทร กล่าวต่อว่า การประชุมในวันนี้ ถือเป็นนัดแรกในปี 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าของหน่วยงานต่างๆ ต่อการแก้ไขปัญหาสินค้าไม่มีคุณภาพมาตรฐาน รวมถึงการที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะถือเป็นความเห็นสำคัญที่จะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด คณะอนุกรรมการฯ จะรวบรวมแนวทางการดำเนินการและเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายพิจารณาต่อไป ควบคู่กับจะผลักดันความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้มีคุณภาพมาตรฐานด้วย ดังนั้น อยากขอให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการชาวไทยไว้วางใจว่าภาครัฐกำลังดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าไม่ได้คุณภาพมาตรฐานดังกล่าว รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ในเวทีโลกต่อไป


