หน้าแรก เศรษฐกิจ ขุนคลัง จ่อทบ...

ขุนคลัง จ่อทบทวนภาษีเงินได้ ดึงนักลงทุนไทย ขนเงิน กลับประเทศ

13.02.25 | 17:28 น.

ขุนคลัง จ่อทบทวนภาษีเงินได้ดึงนักลงทุนไทย ขนเงินกลับประเทศ คาดกองทุน THAI ESG กอง2 เสร็จทันปีนี้

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ ”ทิศทางเศรษฐกิจและการเงินไทย 2025” ในงานสัมมนา Investment Forum 2025 “33 years ONEAM : Make Your Portfolio Great Again” ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างทบทวนการเสียภาษีเงินได้ของนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศ แล้วต้องการนำเงินกลับเข้าประเทศไทยใหม่ เนื่องจากมีคำถามเกิดขึ้นมาก เนื่องจากมีความเหลื่อมล้ำในการเสียภาษี บางประเทศไม่เก็บภาษี บางประเทศจัดเก็บภาษีในอัตราที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นกระทรวงการคลังจะทบทวนใหม่อีกครั้งเพื่อให้คนไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศนำเงินกลับเข้ามาในประเทศไทย ส่วนจะเสียภาษีในอัตราเท่าใดนั้น ขอเวลาพิจารณา แต่เชื่อว่าจะมีความชัดเจนภายในปีงบประมาณ 2568 นี้

“การจัดเก็บภาษีคนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ ถึงแม้ประเทศไทยเพิ่งจะออกประกาศการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ไปลงทุนในต่างประเทศ ตามข้อตกลงขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่เนื่องจากมีความไม่เท่าเทียมการจัดเก็บภาษีเกิดขึ้น เรื่องนี้ต้องคิดเร็ว เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก เพราะมีคนได้เปรียบและเสียเปรียบ ผมเชื่อว่ามีบริษัทไทยและคนไทยที่มีเงินอยู่ต่างประเทศจำนวนมาก และต้องการนำกลับเข้ามาประเทศ แต่ยังติดใจเรื่องเสียภาษี ดังนั้นผมจะขอเคลียร์เรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งดำเนินการแล้ว คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับการตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (THAI ESG) เพื่อทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) วงเงิน 1.8 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเป็นกองทุนใหม่ หรือรวมกับกองทุนเดิมที่มีอยู่แล้ว และโอนหุ้นระหว่างกันได้หรือไม่ เชื่อว่าจะมีวิธีการดำเนินการอย่างแน่นอน ดังนั้นขอให้รอความชัดเจนจากคณะทำงานที่ได้สั่งการให้ไปศึกษาหาวิธีการเรื่องดังกล่าว ในเร็วๆ นี้จะมีคำตอบที่ชัดเจนอย่างแน่นอน

นายพิชัยกล่าวต่อว่า การดำเนินการนโยบายต่างๆ ดังกล่าวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เมื่อนักลงทุนมีความเชื่อมั่นแล้ว เชื่อว่าจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันจะพยายามชักชวนบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่ลงทุนในประเทศไทยให้จดทะเบียนและกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยด้วย

Advertisement