ติดปีกอุตฯไมซ์ 1.48 แสนล้าน สมอ.การันตีมาตรฐานดึงอีเวนต์โลก คลอดมอก. 1.6 พันเรื่องเสริมแกร่ง ศก.
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้มอบใบรับรองการเป็นหน่วยรับรองบุคลากรด้านการจัดประชุม ตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 : 2012 ให้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ รวมทั้งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ (Meeting, Incentive, Convention, Exhibition – MICE) หรือ อุตสาหกรรมการประชุมและนิทรรศการของไทย เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นจากนานาชาติในศักยภาพของประเทศไทยในการจัดงานประชุมและอีเว้นท์ระดับโลก นำรายได้มาสู่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
โดยปี 2567 อุตสาหกรรมไมซ์สร้างรายได้รวม 148,341 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.27% จากปี 2566 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการยกเว้นวีซ่าให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวในหลายประเทศ มาตรการเกี่ยวกับวีซ่าหน้าด่าน (Visa on Arrival: VoA) ที่ให้สิทธิกับนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศมากขึ้น
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรฐาน ISO/IEC 17024 : 2012 เป็นมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ โดย สสปน. ได้รับการรับรองระบบงานหน่วยรับรอง ในสาขาหน่วยรับรองบุคลากร ในขอบข่ายการจัดการประชุม อาชีพนักจัดการประชุม คุณวุฒิวิชาชีพระดับ 3 ซึ่งเป็นการการันตีว่า สสปน. มีกระบวนการประเมินเพื่อวัดความสามารถของอาชีพนักจัดการประชุมที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพการจัดประชุม จึงทำให้บุคลากรที่ผ่านการประเมินจาก สสปน. มีความสามารถในการเป็นนักจัดประชุมมืออาชีพ ซึ่งเป็นที่ต้องการของนายจ้างและองค์กรต่างประเทศ ช่วยให้การขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพง่ายขึ้น ลดการประเมินคุณสมบัติซ้ำ สร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดแรงงานนานาชาติ
“สมอ. ได้รับรองระบบงานตามมาตรฐานเดียวกันนี้ไปแล้ว 5 หน่วยงาน ได้แก่ 1.สถาบันพัฒนาบุคลากรการบิน มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต 2.กองพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ 3.โรงเรียนเสริมสวยและออกแบบทรงผมนานาชาติณรงค์ 4.สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย และ 5.สถาบันรับรองคุณวุฒิวิชาชีพทรัพยากรบุคคลประเทศไทย”นายวันชัยกล่าว
นายวันชัย กล่าวอีกว่า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย คุ้มครองผู้บริโภค และเพิ่มขีดแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย สอม.ได้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้ว ตั้งแต่ปี 2567-68 รวม 1,642 เรื่อง อาทิ กลุ่มเอส-เคิร์ฟ 428 เรื่อง ทั้งยานยนต์สมัยใหม่ แปรรูปอาหาร การเกษตร และอิเล็กทรกนิกส์อัจฉริยะ กลุ่มนิว เอส-เคิร์ฟ 264 เรื่อง ทั้งดิจิทัลและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม การแพทย์ครบวงจร การบินและโลจิสติกส์ กลุ่มส่งเสริมผู้ประกอบการ ทั้งวัสดุก่อสร้าง พลังงานทดแทน เครื่องสำอาง การสื่อสารและโทรคมนาคม โดยตั้งเป้าหมายรวม 2,296 เรื่อง คาดว่าจะดำเนินการครบทุกมาตรฐานแน่นอน

