เสนา ฝ่าวิกฤตท้าทาย เปิด 12 โครงการ ราคา 1-3 ล้าน ลุย ‘เช่าออมบ้าน’ แก้เกมแบงก์ไม่ปล่อยกู้
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2568 บริษัทยังเดินหน้าลงทุนพัฒนา 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท ซึ่งในแง่จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าลดลง เพราะได้ปรับขนาดโครงการเล็กลงเหลือ 400-500 ยูนิตต่อโครงการ สำหรับโครงการใหม่ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 11 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งในนี้เป็นโครงการร่วมทุนกับฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ คอร์ป 10 โครงการ อยู่ในทำเลรถไฟฟ้าสายเก่าและสายใหม่ เช่น สายสีม่วงใต้ และแนวราบ 1 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท คือ เสนา พาร์ค แกรนด์ รามอินทรา โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขาย 15,500 ล้านบาท และยอดโอน 10,000 ล้านบาท ซึ่งรวมสัดส่วนรายได้จากโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน ที่มียอดขาย 1,900 ล้านบาท จาก 976 ยูนิต และปีนี้จะขยายเพิ่มอีก 1,000 ยูนิต
น.ส.เกษรากล่าวว่า ทิศทางในปีนี้ไม่มีการเปิดคอนโดราคาต่ำล้าน เน้นระดับราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งเสนามีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 20% หรือ 20,000 ยูนิต ที่ผ่านมาแม้มีปัญหาการถูกรีเจ็กต์เรตสูง 70% แต่ได้นำนวัตกรรมใหม่เข้ามาช่วยปลดล็อกโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัย ทั้งสินเชื่อเงินสดใจดี, โครงการ LivNex เช่าออมบ้านและ RentNex ซึ่ง LivNex ร่วมกับโรงเรียนการเงินของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ช่วยให้ผู้ที่มีข้อจำกัดทางการเงิน เป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น โดยการสร้างวินัยทางการเงินด้วยการให้เช่าที่อยู่อาศัยพร้อมโอกาสในการออมและเตรียมความพร้อมสู่การขอสินเชื่อ

“ทั้ง LivNex และ RentNex มีโครงการเข้าร่วม 50 โครงการ และได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เพราะเป็นวิธีการที่ทำให้คนมีโอกาสมีบ้านได้มากขึ้น แม้ต้องรอ 3 ปีก็ตาม ต่อไปคอนโดโครงการใหม่เราจะแบ่งยูนิตประมาณ 70% สำหรับเพื่อขายและอีก30% สำหรับทำการเช่า” น.ส.เกษรากล่าว
น.ส.เกษรากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ปีนี้จะมุ่งพัฒนาบ้านพลังงานเป็นศูนย์ 42 โครงการ จำนวน 4,290 ยูนิต เปิดบ้านดีไซน์รุ่นใหม่บ้านธีร์ธัญ จำนวน 2,800 ยูนิต ภายใต้แบรนด์ วิลเลจและเวล่า เป็นทาวน์เฮาส์และบ้านแฝด ฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว ราคาเริ่มต้น 2 ล้านปลายๆถึง 5 ล้านบาท จับกลุ่มเจนวายและเจนแซด พัฒนาบนทำเลที่มีการแข่งขันสูง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า จะเปิดตัวปีนี้ 8 โครงการในเดือนเมษายนนี้ เช่น รามอินทรา กม.9 บางนา กม.29 รังสิต-ติวานนท์ วงแหวน-บางบัวทอง รัตนาธิเบศร์-บางบัวทอง เทพารักษ์-บางบ่อ สุขุมวิท-บางปู และสิริโสธร ขณะเดียวกันจะเดินหน้าติดโซลาร์รูฟพร้อมแบตเตอรี่ในบ้านเดี่ยวระดับบน จะเปิดตัวครั้งแรกที่โครงการเสนา พาร์ค แกรนด์ กม.9 รวมถึงเดินหน้าคอนโดโลว์คาร์บอน 2 โครงการที่จะเสร็จส่งมอบเดือนสิงหาคมนี้ คือโครงการเฟล็กซี่ เมกะ สเปซ บางนาและนิช โมโน บางโพ
น.ส.เกษรากล่าวว่า ปัจจุบันเสนามีสต๊อกบ้านและคอนโดสะสมอยู่ที่ 15,000 ยูนิต มูลค่ากว่า 48,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคอนโดระดับราคา 1-3 ล้านบาท รวม 12,600 ยูนิต มูลค่า 30,600 ล้านบาท ที่จะสามารถรองรับกลุ่มเรียลดีมานด์ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งคิดเป็น 54%ของครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ ซึ่งเสนาเชี่ยวชาญในตลาดนี้ โดยปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่การอยู่อาศัย คือ ซื้อกับเช่า เมื่อซื้อไม่ได้ กู้ไม่ผ่าน ก็ต้องเป็นการเช่า จึงเป็นที่มาเสนาทำโครงการ LivNex เช่าออมบ้านและ RentNex ที่ไม่ใช่การเช่าอย่างเดียว แต่ยังได้แอสเสทด้วย

“แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯในปีนี้ จะยังมีปัจจัยท้าทาย ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และโครงสร้างเศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ส่งผลให้ 9 เดือนแรกของปี 2567 มียอดขายถึง 12,500 ล้านบาท และมียอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นไตรมาส3 ปี 2567 อยู่ที่ 6,515 ล้านบาท และเชื่อว่าปีนี้จะสามารถทำยอดขายและยอดโอนได้ตามเป้า ผ่านกลยุทธ์ Refined Focus การทำธุรกิจต้องมีจุดมุ่งหมาย ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดขายและรายได้ ต้องเป้าหมายเรื่องความยั่งยืน สิ่งสำคัญสุด คือ ทำให้ดีที่จุดในจุดที่เราเป็นอยู่และถนัด” น.ส.เกษรากล่าว
น.ส.เกษรากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดโดยรวมของอสังหาฯมากขึ้น อยากให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯเพื่อขับเคลื่อนตลาด และเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันตลาดยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งตลาดมีความต้องการซื้อบ้าน แต่ที่ผ่านมาเจอปัญหากู้แบงก์ไม่ผ่านสูง หากรัฐบาลสามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ แก้หนี้ครัวเรือน เพิ่มรายได้ให้ประชาชน จะส่งผลให้ตลาดอสังหาฯดีขึ้นตามไปด้วย
สำหรับโครงการบ้านเพื่อคนไทยซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลนั้น ถือว่าเป็นโครงการที่ดีทำให้คนมีที่อยู่อาศัยและมองว่าไม่กระทบต่อตลาด 1-3 ล้านบาทที่เป็นพอร์ตใหญ่ของเสนา เพราะโครงการคนละตลาดและคนละทำเล อีกทั้งโครงการสร้างบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเป็นการเช่า 99 ปี อีกทั้งมีซัพพลายที่จำกัด

