นฤมล ดันเทคโนโลยี AI ทำการเกษตรแม่นยำ พร้อมส่งเสริมปลูก ‘กาแฟ-โกโก้-ถั่วเหลือง’
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ ครั้งที่ 2 (Smart Business Expo 2025) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ฮอลล์ 1-2 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE)
นางนฤมล กล่าวว่า ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ การนำนวัตกรรม AI พัฒนาการเกษตร ว่า จากข้อมูลปี 2567 การส่งออกสินค้าเกษตรไทย ปี 2567 มีการส่งออกสูงถึง 1 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 9.8 เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยสินค้าส่งออกสูงสุด ได้แก่ ทุเรียน มะม่วง ข้าว ยางพารา ไก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และมีตลาดส่งออกสูงสุด ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย อีกทั้ง การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรไทย ปี 2567 มีการส่งออกรวม 8.2 แสนล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 6.3 เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยมีสินค้าส่งออกสูงสุด ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณ์ข้าวสาลี และอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ น้ำตาลทราย ผลไม้กระป๋องแปรรูป ซึ่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น กัมพูชา และเมียนมาร์ จึงถือได้ว่าเกษตรกรเป็นต้นน้ำของวัตถุดิบสินค้าในประเทศ

ทั้งนี้ จากข้อมูลเมื่อปี 2566 ประเทศไทยมีจำนวนประชากรทั้งหมด 66.05 ล้าน คน แบ่งเป็นภาคการเกษตร 29.60 ล้านคน ซึ่งจะเห็นว่าเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรประเทศไทยคือ ภาคการเกษตร นอกจากนี้จำนวนแรงงานทั้งประเทศ ยังแบ่งเป็นภาคการเกษตรกว่า 48.75% หมายความว่าแรงงานไทยครึ่งหนึ่งอยู่ในภาคการเกษตร ทั้งนี้ประเทศไทยมีเนื้อที่ทั้งหมด 320.7 ล้านไร่ แบ่งออกเป็นพื้นที่ภาคการเกษตรถึง 147.73 ล้านไร่ คิดเป็น 46.06% ซึ่งในจำนวนนี้มีนาข้าวเยอะมากที่สุด กว่า 64.08 ล้านไร่ รองลงมาก็จะเป็นพวกผลไม้ยืนต้น
นอกจากนี้ นางนฤมล กล่าวว่า เน้นย้ำว่ากระทรวงเกษตรฯ พร้อมจับมือกับภาคเอกชนคิดค้นวิจัย พัฒนา เทคโนโลยีเพื่อเกษตรกรและผลักดันเกษตรกรให้เป็น เกษตรกรอัจฉริยะ หรือ Smart Farmer รวมถึงสร้างเกษตรกรอัจฉริยะรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ไปพร้อมกัน ซึ่งเราจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกของเกษตรกร ให้ใช้ ระบบ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยประเมินและวางแผนการเพาะปลูกให้เป็นการทำเกษตรแม่นยำ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลจากพี่น้องเกษตรกร และหน่วยงานต่าง ๆ มาประกอบกัน จะทำให้วางแผนทรัพยากรได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งองค์ประกอบที่จะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพประกอบด้วย ดินดี น้ำดี และเมล็ดพันธุ์ดี

ทั้งนี้ นางนฤมล กล่าวว่า ถึงแม้ว่าเราจะมีเกษตรกรจำนวนมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า อายุของประชากรภาคเกษตรกรเป็นผู้สูงอายุเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นการจะนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ นั้น ต้องใช้เวลา
นอกจากนี้ นางนฤมล เผยว่า ในปี 2568 กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจเพิ่มเติม ได้แก่ กาแฟ ถั่วเหลือง และโกโก้ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร โดยพบว่าคนไทยนิยมดื่มกาแฟประมาณ 90,000 ตัน ซึ่งทำให้ต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 60,000 ต้น เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ รวมไปถึง โกโก้ เป็นพืชที่ให้คุณค่าทางอาหารและโปรตีนสูง

อีกทั้งกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ โดยใช้วิธีการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งทำให้สามารถลดการใช้น้ำในการเพาะปลูกได้กว่า 50% และช่วยลดการปล่อยก๊าซที่จะไปสร้างภาวะเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังทำให้ผลผลิตต่อไร่ก็เพิ่มขึ้น และยังช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นควบคู่ไปด้วย
ซึ่งข้าวชนิดนี้โรงสีหลายแห่งติดต่อขอรับซื้อให้ราคาสูงกว่าปกติถึงร้อยละ 5
โดยตนได้นำเรื่องนี้ไปแลกเปลี่ยนองค์ความรู้บนเวที World Economic Forum (WEF) ซึ่งทาง WEF มีความสนใจตั้งศูนย์ Center for the Fourth Industrail Revolution (C4IR) ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ แนวปฏิบัติ และบทเรียนกับบุคลากรจากหลากหลายประเทศในเรื่องเปลี่ยนแปลงอาหารและระบบเกษตรด้วยเทคโนโลยี อีกด้วย


