หน้าแรก เศรษฐกิจ ยักษ์ใหญ่ไมเน...

ยักษ์ใหญ่ไมเนอร์ รับเศรษฐกิจไทยปี 68 ท้าท้าย หลังสภาพัฒน์ประกาศจีดีพีโตหลุดเป้า

17.02.25 | 17:16 น.

ยักษ์ใหญ่ไมเนอร์ รับเศรษฐกิจไทยปี 68 ท้าท้าย หลังสภาพัฒน์ประกาศจีดีพีโตหลุดเป้า

นายดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2568 หลังจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสที่ 4/2567 และปี 2567 ที่โตต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ รวมถึงจีดีพีไทยปี 2568 โตอยู่ที่ 2.8% เบื้องต้นยอมรับว่าภาพในประเทศยังมีปัจจัยความท้าทายอยู่ แต่รัฐบาลก็พยายามทำทุกรูปแบบ เพื่อขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชูโรงของเศรษฐกิจไทย และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ ทั้งด้านขนส่งคมนาคม ความปลอดภัย ทำให้ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายท่องเที่ยวสำคัญ เป้าหมายการใช้จ่ายยังมีอัตราการเติบโตที่สูงมากๆ อยู่ โดยประเมินภาพรวมทั่วโลกในหลายๆ ประเทศ เศรษฐกิจยังสามารถเติบโตได้ อาทิ ยุโรป โตมากกว่า 4% ตะวันออกกลาง โต 9% ทำให้จีดีพีที่อ่อนตัวในบางประเทศ อย่างประเทศไทย ก็มีความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับภาพรวม เพราะธุรกิจของบริษัทอยู่ในเซกเตอร์ที่มีการเติบโตอย่างการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นตัวชูโรงของเศรษฐกิจไทย รวมถึงภาพเศรษฐกิจทั่วโลก

นายดิลิป กล่าวว่า ส่วนกรณีการเข้ามาของประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประเมินว่าไม่ได้ส่งผลกระทบมากนักโดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยว เพราะทุกคนอย่างไรยังต้องมีการเดินทางทั้งเพื่อสันทนาการหรือการทำธุรกิจต่างๆ ทำให้ภาคการท่องเที่ยวจะไม่ได้มีความกังวลกับสภาพเศรษฐกิจใหญ่ อีกทั้งยังมีปัจจัยหนุนเฉพาะอย่างค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่ามากขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวสหรัฐหลั่งไหลออกไปใช้จ่ายและท่องเที่ยวนอกประเทศมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่พำนักอยู่ในโรงแรมของเรามากขึ้นด้วย ขณะที่ปัจจัยอื่นๆ อาทิ ความเสี่ยงด้านความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาแล้วอาจสามารถจบลงได้เร็วขึ้น

“ภาครัฐทำหน้าที่ได้อย่างดีในการปรับโครงสร้างพื้นฐาน มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่อยากให้มีการดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดหุ้นไทย เพราะหุ้นไทยหลายตัว อย่างหุ้นบริษัทยังไม่ได้สะท้อนราคาที่แท้จริง ราคาต่ำกว่ามูลค่าแท้จริงอยู่มาก ทั้งที่อัตราการเติบโตแข็งแกร่ง รวมถึงตัวแปรต่างๆ อยู่ในภาพระดับสากล แต่ราคาขณะนี้ยังไม่ได้สะท้อนออกมา จึงอยากให้รัฐบาลดูแลตลาดหุ้นไทย รวมถึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) มากขึ้นด้วย” นายดิลิป กล่าว

นายดิลิป กล่าวว่า ปัจจัยความท้ทาทายในปี 2568 ต้องบอกก่อนว่าที่ผ่านมา บริษัทก้าวผ่านหลายเรื่องที่คาดไม่ถึง อาทิ โรคระบาด โควิด-19 น้ำท่วม ความไม่สงบด้านต่างๆ ซึ่งสามารถผ่านมาได้ด้วยดีและมีความแข็งแกร่ง สะท้อนจากภาพการเติบโตหลังโควิดที่กลับมาได้แบบเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง สัญญาว่าตามแผนงานจะทำอะไรก็สามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งต่อจากนี้จะดำเนินงานอย่างมีคุณภาพต่อไปทั้งปัจจุบันและอนาคตด้วย

Advertisement