หน้าแรก เศรษฐกิจ อธิบดีกรอ. คา...

อธิบดีกรอ. คาดตั้ง/ขยายโรงงานปี 68 ทะลุ 4 แสนล้าน ดันจ้างงานใหม่ 1.1 แสนอัตรา

17.02.25 | 18:09 น.

อธิบดีกรอ. คาดตั้ง/ขยายโรงงานปี 68 ทะลุ 4 แสนล้าน ดันจ้างงานใหม่ 1.1 แสนอัตรา

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า จากการดำเนินนโยบายของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งปรับปรุงกลไกการอนุมัติและอนุญาตโรงงานให้มีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลให้ในช่วงเดือนมกราคม 2568 มีโรงงานขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการและขยายกิจการรวมแล้วกว่า 161 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 19,620 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่ 6,788 อัตรา

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการขออนุญาตประกอบกิจการใหม่ในเดือนมกราคม 2568 นี้ 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีการขยายโรงงานมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม อุตสาหกรรมการพิมพ์ และอุตสาหกรรมอาหาร

การเพิ่มขึ้นของการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการลดขั้นตอนและระยะเวลาการอนุญาตอย่างมีมาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการตั้งธุรกิจในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการเกิดความมั่นใจและสามารถเริ่มดำเนินกิจการได้เร็วขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างแต้มต่อให้กับอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก

นอกจากการเร่งรัดกระบวนการอนุญาตแล้ว กรมโรงงานอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคการผลิตให้สามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

Advertisement

จากข้อมูลการลงทุนในช่วงต้นปี 2568 คาดว่าภาคอุตสาหกรรมไทยจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยคาดว่าการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและการขยายกิจการโรงงานจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องกว่า 3,000 โรงงาน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15% มีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5% และเกิดการจ้างงานใหม่อีกกว่า 115,000 อัตรา เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10%

โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม พลังงานสะอาด เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมเกษตรและการแปรรูปอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นทิศทางหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตและการผลักดันให้เกิดการลงทุนใหม่

สอดคล้องกับการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2567 ที่มีมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการขยายกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยกลับเข้าสู่ภาวะขาขึ้น ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลกด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ และการกำกับดูแลที่เข้มงวด ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมไทยจึงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2568

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาครัฐจะมุ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรมยังคงเข้มงวดในการกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย โดยเฉพาะโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกากอุตสาหกรรมและสารเคมี เช่น โรงงานหลอมหล่อตะกรัน (โรงงานลำดับที่ 101, 105 และ 106) ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเฝ้าระวังผู้ประกอบการที่อยู่ในบัญชีแบล็กลิสต์ โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน