ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน หรือ Financial Hub หลังผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการของร่างกฎหมายนี้ ระยะต่อไปจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ก่อนมีผลบังคับใช้ต่อไป
ร่าง พ.ร.บ. Financial Hub ระบุถึงธุรกิจเป้าหมายภายใต้ Financial Hub 8 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบริการการชำระเงิน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ และธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือสนับสนุนธุรกิจทางการเงินตามที่ประกาศกำหนด
ผู้ประกอบธุรกิจเป้าหมายให้บริการแก่ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident) เท่านั้น ห้ามชักชวนหรือให้บริการลูกค้าในประเทศไทย
สำหรับภาคเอกชน ยังรอความชัดเจนเพิ่มเติมในหลายเรื่อง อาทิ ขอบเขตของการทำธุรกิจกับผู้มีถิ่นฐานในไทยที่อาจมีการกำหนดเพิ่มเติม มิติของความเข้มข้นของการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจเป้าหมายซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมศูนย์กลางการประกอบธุรกิจการเงิน และการดูแลประเด็นการฟอกเงินและการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย
หากกฎหมายสามารถผ่านกระบวนการทางกฎหมายต่างๆ ได้จริง โดยสาระสำคัญยังคงอยู่ ก็จะกลายเป็นโจทย์ยากของคณะกรรมการ ที่จะกำหนดรายละเอียดของกฎหมายและประกาศย่อยต่างๆ ซึ่งจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเป้าหมายในการเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจการเงิน กับเป้าหมายของการดูแลด้านเสถียรภาพของระบบการเงิน รวมถึงผลดี-ผลกระทบอื่นๆ อย่างรอบด้าน
เพื่อให้แนวปฏิบัติในแต่ละระยะของการบังคับใช้กฎหมาย สามารถพาประเทศสู่ระดับศูนย์กลางทางการเงินที่เติบโตขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะว่า ไทยยังจำเป็นต้องพัฒนาจุดเด่นทางเศรษฐกิจอื่นๆ ควบคู่การเพิ่มทักษะทางการเงินของประชากรไทย เพื่อให้ไทยได้ประโยชน์จากบทบาทใหม่นี้อย่างเต็มที่และยั่งยืน
ปิยะวรรณ ผลเจริญ

