“สุริยะ” จัดเต็ม แผนพัฒนาคมนาคมใต้ เชื่อม “หาดใหญ่-มาเลย์” กระตุ้นลงทุน
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ห้องประชุมท่าอากาศยานหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมใน จังหวัดสงขลา
นายสุริยะ กล่าวว่า อำเภอหาดใหญ่เป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีการหมุนเวียนของเม็ดเงินจากการค้า การลงทุน และกระทรวงคมนาคม มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งสำคัญ ๆ หลายโครงการทั้งในพื้นที่ และการเชื่อมต่อการเดินทาง ขนส่งสินค้ากับมาเลเซีย เมื่อโครงการเหล่านี้ก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยผลักดันให้ภาคใต้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด
นายสุริยะ กล่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เร่งก่อสร้างโครงข่ายรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ในพื้นที่ภาคใต้ มี 3 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 30,422 ล้านบาท ช่วงสุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท ช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท
ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติโครงการ นอกจากนี้ รฟท. เตรียมขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง เพื่อดําเนินงานศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก ระยะทาง 216 กม. เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย – มาเลเชีย การค้าชายแดน การท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีแผนเปิดให้บริการในปี 2577
นายสุริยะ กล่าวว่า สำหรับโครงการทางถนนมีแผนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สาย อ.หาดใหญ่ – ชายแดนไทย-มาเลเซีย (มอเตอร์เวย์ M84) เชื่อมต่อเมืองหาดใหญ่ กับด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2 วงเงิน 40,787 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดของรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อขออนุมัติโครงการ
โดยมีแผนก่อสร้างในปี 2570 – 2573 สำหรับ โครงการแก้ไขปัญหาจราจร ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ดานตะวันออก) ทล.425 ตอน บ.พรุ – ทางเข้าสนามบินหาดใหญ่ กม. 24+148.450 – 31+331.426 ด้านซ้ายทาง ผลงาน 23.973% และ กม.24+148.450 – 31+331.426 ด้านขวาทาง ผลงาน 0.511% และมีแผนขอรับงบประมาณในปี 2569 สำหรับด้านตะวันออก กม.0+000 – 24+151 ระยะทาง 24.15 กม. วงเงิน 9,380 ล้านบาท
ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอขอพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน และด้านตะวันตก กม.31+331 – กม.65+530 ระยะทาง 34.20 กม. วงเงิน 9,500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.)
นายสุริยะ กล่าวว่า สำหรับโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ แยกออกจากถนนทางหลวงชนบท พท.4004 ประมาณ กม. 3+300 บริเวณบ้านแหลมจองถนน ต. จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และสิ้นสุดโครงการที่ถนน อบจ. สงขลา (ถนนรอบเกาะใหญ่) บ้านแหลมยาง ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ระยะทาง 7 กม. วงเงิน 4,825.423 ล้านบาท
ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเสนอ ครม. เพื่อเห็นชอบแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดี ทะเลสาบสงขลา ก่อนที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะเจรจาเงินกู้กับธนาคารโลก ทั้งนี้ มีแผนก่อสร้างปลายปี 2568 – 2571 เมื่อ ครม. เห็นชอบแผนอนุรักษ์โลมาอิระวดีแล้ว ก็จะประสานการดำเนินงานร่วมกับ สบน. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถลงนามในสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้ตามแผนในปี 2568
นายสุริยะ กล่าวว่า สำหรับท่าอากาศยานหาดใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีแผนเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานระยะสั้น (1 – 2 ปี) โดยปรับปรุงอาคารผู้โดยสารชั้น 2 และปรับปรุงถนนระบบภายใน และแผนระยะกลาง (3 – 5 ปี) ก่อสร้างอาคารบริการผู้โดยสารและปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ อยู่ระหว่างพิจารณาความคุ้มค่าการลงทุน)
สำหรับแผนระยะยาว ทอท. มีการจัดทำแผนแม่บทเพื่อให้ท่าอากาศยานหาดใหญ่สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 10.5 ล้านคนต่อปี รองรับปริมาณเที่ยวบินได้ 21 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ประกอบด้วย การก่อสร้างทางขับขนาน และขยายลานจอดอากาศยาน การขยายและปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร การก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์และคลังสินค้า การปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ และระบบสาธารณูปโภค
โดยมีวงเงินจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บท จำนวน 19.995 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ ปี 2568 – 2569 นอกจากนี้ ตนและคณะได้ติดตามโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่สำคัญ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ปัตตานี นราธิวาส) ระหว่างปี 2566 -2569 มีปริมาณวัสดุขุดลอก 18.724 ลบ.ม. วงเงินงบประมาณ 1,833.664 ล้านบาท

