ส.อ.ท. เสนอรัฐผลักดันเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นจีดีพี ปี 68
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเติบโตของ จีดีพีประเทศไทยอยู่ในระดับเพียง 1-2% และยังฟื้นตัวไม่มากนักหลังวิกฤตโควิด-19 เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น นายอิศเรศ กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจในปี 2568 หากต้องการที่จะให้จีดีพี ขยายตัวประมาณ 2.3-3.3% ตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้ประมาณการไว้ หรือ มากกว่านั้น จึงอยากให้ภาครัฐมีนโยบายจะส่งเสริมในการผลักดันการเติบโตของ จีดีพี โดยเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ ในการใช้กลยุทธ์ C+I+G ดังนี้:
C (Consumption) – การบริโภค
1. ลดภาระหนี้และค่าครองชีพ โดยใช้นโยบายดอกเบี้ยที่เหมาะสม และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับ เอสเอ็มอี (SMEs)
2. ส่งเสริมการบริโภคสินค้าและบริการที่ผลิตในไทย (Made in Thailand – MiT) เพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในประเทศ แทนการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ
I (Investment) – การลงทุน
1. เน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมและบริการที่เป็นจุดแข็งของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ตามแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) โดยเน้นการส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมูลค่าสูง แทนการส่งออกสินค้าเกษตรขั้นต้น
2. ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จากจุดแข็งที่มีอยู่ เช่น การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ อาทิ เครื่องจักรกลการเกษตร, อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace), อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, เครื่องมือแพทย์, การขนส่งทางราง และหุ่นยนต์ (Robotics)
G (Government Spending) – การใช้จ่ายภาครัฐ
โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น เกษตรกรรม เพื่อรองรับอุตสาหกรรม เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) และสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทย
Export/Import – การส่งออกและนำเข้า
1. ส่งเสริมการส่งออก ด้วยนโยบายค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และลดอุปสรรคด้านขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการส่งออก
2. ลดการนำเข้า โดยสนับสนุนการผลิตในประเทศ เช่น การส่งเสริมเชื้อเพลิงจากภาคเกษตร เช่น เอทานอล E20 และไบโอดีเซล เพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมันดิบ
ทั้งนี้ นายอิศเรศ กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับจุดแข็งของประเทศ จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของ จีดีพี ได้อย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้ภาครัฐออกนโยบายสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

