กลุ่มสถานบริการ 5 พันราย ลงชื่อยื่นนายกฯ-คลัง จี้ทบทวนเก็บภาษีสรรพสามิต 5% ปล่อยใบอนุญาตใหม่
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยถึงการหารือร่วมของผู้ประกอบการสถานบริการเมื่อค่ำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า กลุ่มผู้ประกอบการกว่า 100 ราย ที่ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้เห็นพ้องจัดทำหนังสือร้องเรียนถึงความเดือดร้อนและข้อเสนอถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้ทบทวนการเก็บอัตราภาษีสรรพสามิตสถานบริการ ที่ปัจจุบันจัดเก็บในอัตรา 5% ของรายรับ โดยเสนอให้ยกเลิก และเสนอให้รัฐกลับมาให้ใบอนุญาตสถานบันเทิงให้ถูกต้องตามกฎหมายอีกครั้ง หลังจากที่ระงับการให้ใบอนุญาตสถานบันเทิงมานานหลายปี เพื่อควบคุมจำนวนสถานบันเทิง จึงทำให้สถานบันเทิงหลายแห่งที่เกิดขึ้นใหม่ ไม่มีใบอนุญาต โดยอยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการที่คาดว่าจะมีกว่า 5 พันรายชื่อ และคาดว่าจะยื่นหนังสือโดยเร็วไม่เกินสัปดาห์หน้า เพื่อให้นายกฯและรัฐมนตรีกระทรวงการคลังได้ทบทวน เหมือนการทบทวนเรื่องเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่กลุ่มผู้ประกอบการได้ทำหนังสือยื่นนายกฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนอยู่ในการพิจารณาในขณะนี้
“แม้รัฐเลื่อนการเก็บอัตราภาษีสรรพสามิตสถานบริการ จาก 10% เป็น 5% ของรายรับ อีก 1 ปีสิ้นสุด 31 ธันวาคมนี้ ก็ตาม แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย อัตราภาษีที่เก็บจากรายรับจากสถานบริการถือว่าสูงมากและซ้ำซ้อน วันนี้ทุก 100 บาทของรายรับต้องจ่ายภาษีสรรพสามิต 5 บาท เหลือ 95 บาท จำแนกเป็นต้นทุนค่าอาหาร 40 บาท ค่าจ้างพนักงานรวมกับค่าน้ำค่าไฟ อีก 20-30 บาท เหลือ 25 บาทก็จริง แต่ถูกค่าใช้จ่ายแอบแฝงอีก 10 หน่วยงาน เหลือเงินรับไม่ถึง 10 บาท ขณะที่สรรพสามิตจัดเก็บภาษีจากเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว รวมถึงสินค้าซื้อมาขายไปยังเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จึงอยากให้นายกฯและคลังได้ทบทวน เพื่อให้สอดคล้องกับที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านท่องเที่ยวไทย หากปล่อยให้เดือดร้อนอย่างนี้จะมีธุรกิจปิดตัว กระทบจ้างงานและสินค้าทั่วไป” นายสง่ากล่าว
นายสง่ากล่าวว่า รายได้หลักธุรกิจสถานบริการตอนนี้ต้องพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวต่าชาติมาไทยถือว่าดีขึ้น อย่างแหล่งท่องเที่ยว หรือที่พักบนถนนข้าวสารหรือใกล้เคียง อัตราเข้าพัก 90-100% แต่นักเที่ยวนักดื่มคนไทยหายไปเกือบหมด อาจเพราะคนไทยเผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง โรงงานหรือบริษัทมีการปิดตัวเพิ่มขึ้น เมื่อรายได้คนไทยหายไปที่มีจำนวนมากกว่าต่างชาติแม้จะมาเที่ยวอยู่แต่หักลบกันแล้ว ตัวเลขภาคบริโภคโดยรวมถึงไม่ได้ สะท้อนได้จากตัวเลขจีดีพีไม่ได้สูง ซึ่งรัฐก็มาถูกทางในหลายเรื่อง เช่น วีซ่าฟรี ซึ่งก็ทำให้รัฐเสียรายได้ แต่ก็เพิ่มยอดนักท่องเที่ยว เรื่องสถานบริการก็เหมือนกัน ควรทบทวนเพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ด้วย ตอนนี้เจอทั้งภาษีสูง ซ้ำซ้อน และยังติดในเรื่องใบอนุญาตสถานบันเทิง ถ้าไม่ให้การจะค้าขายก็ไม่ได้ ถ้าได้ก็ทำให้ยืดเวลาให้บริการได้เกินเที่ยงคืนถึงตีสอง อีกทั้งจะให้บรรลุตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของรัฐบาล รวมถึงการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวไทย ‘Amazing Thailand Grand Tourism Year 2025’ ที่จะสร้างการกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เที่ยวไทยมากขึ้น ซึ่งกิจการบันเทิง หรือหย่อนใจเกี่ยวข้องโดยตรงกับการท่องเที่ยว

