ธุรกิจโรงแรมขาขึ้น นักลงทุนกว้านซื้อคาดปี68 ปิดดีลมากกว่า 10,000 ล้าน
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงแรมไทยในปี 2568 ถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2567 มีปัจจัยบวกจากภาคการท่องเที่ยวที่มีนักท่องต่างชาติเข้ามาถึง 35.54 ล้านคน โดยอัตราเข้าพักกลับมาสูงมากกว่า 80% อีกครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพและเมืองท่องเที่ยว ส่วนค่าห้องก็ปรับตัวสูงขึ้นทุกระดับ
นายภัทรชัยกล่าวว่า นอกจากภาพรวมของธุรกิจโรงแรมดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลต่อการซื้อขายมีมูลค่าสูงขึ้นด้วย โดยปี 2567 มีปิดการขายโรงแรม 12 แห่ง จำนวน 3,199 ห้อง มูลค่า 16,700 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในกรุงเทพ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ และในปี 2568 คาดว่าจะมีการซื้อขายมากกว่า 10,000 ล้านบาท โดยยังมีรอปิดดีลอีกหลายแห่ง ทั้งกรุงเทพ พัทยา ภูเก็ต ซึ่งในส่วนของบริษัทมีรอปิดดีล 2-3 แห่ง เป็นระดับ 4-5 ดาว อยู่ในกรุงเทพชั้นใน เช่น สุขุมวิท เป็นต้น ทั้งนี้ทำเลแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีที่ประกาศขายแต่ราคาค่อนสูง ขณะที่ตึกมีอายุการใช้งานนานแล้ว แต่เป็นการขายที่ดินอยู่ทำเลที่ดีพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จึงทำให้ราคาสูงเป็นระดับหลายท1,000 ล้านบาท
“โดยนักลงทุน มองว่ายังไงประเทศไทยยังเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวและยังต้องพึ่งภาคการท่องเที่ยวเป็นหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นอกจากนี้ผลตอบแทนการลงทุนโรงแรมก็ดีอยู่ที่ 7% ต่อปี และส่วนใหญ่ไม่ติดเรื่องราคาที่จะซื้อ ดังนั้นโรงแรมจึงยังเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน มีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ซื้อโรงแรมเก่าระดับ 4 ดาวมารีโนเวตเป็นโรงแรมลักชัวรี่ระดับ 5-6 ดาวหลายแห่ง“นายภัทรชัยกล่าว
นายภัทรชัยกล่าวว่า ในปี 2568 มีโรงแรมรอเปิดใหม่ในกรุงเทพประมาณ 4,500 ห้อง ในเดือนเมษายนนี้ จะมีโรงแรมอมัน นายเลิศและแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี ซึ่งเป็นเปิดบริการช่วงสงกรานต์พอดี

