หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดอาณาจักร ...

เปิดอาณาจักร ‘ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม’ ชม‘เรียวกัง’น้ำแร่ธรรมชาติ100%แห่งแรก

23.02.25 | 12:21 น.

เปิดอาณาจักร ‘ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม’
ชม‘เรียวกัง’น้ำแร่ธรรมชาติ100%แห่งแรก

หลายจังหวัดในภาคเหนือ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบทิ้งกายทิ้งใจ ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง ด้วยวิถีชีวิตของผู้คนถิ่นเหนือที่มีวัฒนธรรมอ่อนช้อยอยู่แล้ว ผสมผสานไปกับป่าเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่ มีผู้คนเข้าไปเยี่ยมเยือนปีละหลักล้านคน

เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมเยือนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ามาค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ของนักท่องเที่ยว รวมถึงการใช้ชีวิตของผู้คนท้องถิ่นที่จะมีความสะดวกสบายมากขึ้นด้วย เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนได้ส่วนเสียมากขึ้นจากการส่งเสริมและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รัฐบาลได้มีนโยบายเดินหน้าการท่องเที่ยวในแนวคิดเวลเนส เดสทิเนชั่น หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหลังเกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้คนไปทั่วโลก

เพื่อเดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำคณะสื่อมวลไปสัมผัสการจัดงานสันกำแปง ONSEN FESTIVAL #1 ณ น้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่เวทีสากล เน้นย้ำถึงบทบาทของน้ำพุร้อนสันกำแพง ที่ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนถึงทรัพยากรอันงดงามของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมสุขภาพผ่านการใช้น้ำแร่ธรรมชาติและน้ำพุร้อนในการบำบัด สะท้อนวิถีชีวิตอันสงบและเรียบง่ายของชุมชนในพื้นที่

ตอกย้ำการมอบประสบการณ์พิเศษอย่างเต็มรูปแบบ ได้เข้าพักใน ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม (Onsen @ Moncham) เรียวกังแห่งแรกในประเทศไทย ที่เกิดขึ้นมาจากความต้องการมีที่พักต่างอากาศของโอนเนอร์ จึงมองหาที่ดินที่เหมาะสมจนมาเจอผืนที่ตั้งของเรียวกังแห่งนี้ เมื่อได้ที่ดินแล้วจึงพัฒนาขึ้นเป็นที่พักส่วนตัวก่อน เมื่อได้เข้าพักแล้วพบว่า เป็นที่พักที่มีอากาศดีตลอดทั้งปี อยู่ประมาณ 23-24 องศาเซลเซียส จากความสูงเหนือระดับน้ำทะลกว่า 1,200 เมตร จึงให้อาจารย์กฤษฎา โรจนกร ศิลปินแห่งชาติ ช่วยคิดคอนเซ็ปต์ในการออกแบบการสร้าง โดยมีแรงบันดาลใจจากปราสาท คัทซึระ อิมพีเรียล เมืองเกียวโตของประเทศญี่ปุ่น ที่มีความเรียบง่ายและธรรมชาติมากที่สุด ทำให้เรียวกัง ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม มีโครงสร้างกึ่งปราสาท ทำจากไม้เพื่อให้มีความแข็งแรงและเรียบง่าย

Advertisement

สำหรับ ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม เริ่มต้นด้วยห้องพักเพียง 16 ห้องในพื้นที่กว่า 8 ไร่แห่งนี้ ทำให้แต่ละห้องพักมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ก่อนจะต้องพัฒนาเพิ่มจำนวนห้องพักมากขึ้นอีก เพราะมีห้องพักไม่เพียงพอต่อความต้องการ (ดีมานด์) ของแขกที่เทียวแวะเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงโควิด ที่การเดินทางระหว่างประเทศถูกจำกัด เพื่อรับมือกับโรคระบาด ทำให้คนต้องอยู่เที่ยวในประเทศ เรียวกังแห่งนี้จึงมีแขกเข้ามาใช้บริการแบบหนาแน่นมาก มีการจองกันแบบข้ามปี เพราะแขกอาจคิดถึงญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถไปได้ ทำให้ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม มีอัตราการเข้าพักที่ดีที่สุดในช่วงปี 2563-2564

เมื่อดีมานด์เกิดขึ้นอย่างล้นหลาม โอนเนอร์ จึงพัฒนาห้องพักเพิ่มอีก 8 ห้อง รวมเป็น 24 ห้องพัก เพื่อรองรับดีมานด์และให้บริการลูกค้าได้ดีมากขึ้น แม้ยังมีดีมานด์มากกว่าอยู่ก็ตาม โดยช่วงเริ่มต้น มีอัตราการเข้าพักระดับ 27% และตลอดทั้งปี 2567 ปิดปีเฉลี่ยแตะระดับ 61% ไม่รวมช่วงฤดูการท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ซึ่งจะเห็นอัตราการเข้าพักเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด

ความโดดเด่นของ ออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม ความลับแฝงไว้ตั้งแต่ชื่อแล้ว คือ ออนเซ็น หรือบ่อน้ำพุร้อน ที่ให้ความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ผ่านการแช่น้ำพุร้อนที่เป็นน้ำแร่ 100% มีการศึกษาวิจัยแล้วว่าเป็นน้ำซึ่งมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ช่วยปลอบประโลมความตึงเครียด และลดมลพิษของเสียสะสมในร่างกายได้ โดยน้ำที่ใช้ในเรียวกังแห่งนี้ ไม่ว่าจะน้ำเพื่ออุปโภคหรือบริโภค ทั้งดื่ม อาบ ที่น่าจะใช้น้ำแร่แบบ 100% ถือเป็นความโชคดีที่มีน้ำแร่เป็นของตัวเอง และนอกจากการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูงแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในและนอกที่พักก็เพียบพร้อม ตอบโจทย์การเข้าพักทั้งกลุ่มเพื่อน คู่รัก และครอบครัว อาทิ พื้นที่เล่นสำหรับเด็ก ลิฟต์ขนส่งสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงทางลาดที่ออกแบบมาให้เชื่อมต่อกัน เพื่อให้สามารถใช้รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้ที่ต้องการได้อย่างสะดวกด้วย

จุดเด่นอีกด้านที่โดดเด่นไม่แพ้ความเป็นธรรมชาติ คือ วัฒนธรรมของพี่น้องชาติพันธุ์ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ฟอร์มูล่าม้ง และเกษตรกรรม ทั้งผักและผลไม้สด อาทิ กรีนโอ้ค เบบี้คอส สตรอเบอรี่ มัลเบอรี่ แบล๊กเบอรี่ ซึ่งเรียวกังแห่งนี้ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเกือบทั้งหมด แม้มีบางรายการที่ต้องนำเข้าจากประเทศต้นทางอย่างญี่ปุ่นอยู่บ้างอย่างเมนูเนื้อต่างๆ

ที่ขาดไม่ได้อีกเรื่องคือ การให้บริการของพนักงาน ที่มีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม ได้นำพี่น้องชาติพันธุ์จากบนดอยลงมาทำงานด้วย ทำให้มีความยิ้มแย้ม พูดคุยได้อย่างเป็นกันเอง และมีมาตรฐานในการให้บริการ โดยมีจำนวนพนักงาน ทั้งหมด 62 คน สะท้อนผ่านการรีวิวในแต่ละแพลตฟอร์มตัวแทนการจองออนไลน์ (โอทีเอ) ที่สูงสุดเกือบเต็มในทุกแพลตฟอร์มโอทีเอ รวมถึงอวดเซอร์วิสชาร์จของพนักงานที่เคยได้สูงสุดกว่า 19,200 บาทต่อคน

อัตราราคาห้องพักเฉลี่ยต่อห้อง (เอดีอาร์) ปี 2567 ประมาณ 7,100 บาท ส่วนปี 2568 เพิ่มเป็นประมาณ 8,000 บาท โดยแขกที่เข้าพักในเรียวกังแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นการจองตรง และเป็นแขกที่เคยเข้าพักแล้วกลับมาพักซ้ำกว่า 55% สัดส่วนลูกค้าแบ่งเป็นคนไทย 90% ก่อนที่ปี 2567 จะมีลูกค้าต่างชาติเข้ามามากขึ้น ทำให้คนไทยมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 60% ต่างชาติเพิ่มขึ้นมาเป็น 40% ลูกค้าหลักๆ เป็นสหรัฐ สิงคโปร์ จีน มาเลเซีย อัตราการเข้าพักในเดือนธันวาคม 2567 อยู่ในระดับสูงสุดตั้งแต่ที่เคยมีมา ประมาณ 92% คาดตลอดปี 2568 จะทำอัตราเข้าพักสูงสุดทะลุสถิติเดิมได้อย่างต่อเนื่อง เพราะยอดจองล่วงหน้าในขณะนี้ยาวถึงเดือนมีนาคมแล้ว

เมื่อเดินหน้าสู่ความเป็นเวลเนส เดสทิเนชั่นแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ อีเอสจี โดยออนเซ็น แอท ม่อนแจ่ม มีการบริหารจัดการแทบจะเป็นความยั่งยืนแบบ 100% อาทิ ไม่ใช้ขวดพลาสติกเลย ใช้ขวดแก้วเป็นหลัก แยกกระดาษ แยกกระดาษชำระ แยกเปลือกไข่ เซตอาหารเช้าเป็นไลน์อาหารแบบบุฟเฟต์ แต่แขกต้องสั่งเอง เลือกสั่งมาตามปริมาณที่จะทานจริงๆ เพื่อลดขยะอาหาร หรือ Food waste ที่เกิดจากการทานไม่หมดของมนุษย์ รวมถึงจะมุ่งไปสู่พลังงานสะอาดในการใช้งานไฟฟ้าด้วย เพราะเราใช้ไฟฟ้าเยอะในการบริหารจัดการภายใน จึงอาจนำโซลาร์เซลล์ หรือพลังงานทางเลือกเข้ามาใช้แทน

กิจกรรมที่แขกชื่นชอบทำเมื่อเข้ามาใช้บริการ หลักๆ จะต้องเป็นการแช่ออนเซ็น ที่สามารถแช่ได้ตลอดเวลา เพราะมีบ่อออนเซ็นอยู่ในห้องพักเลย และมีบ่อกลางที่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ใช้บริการเพิ่มเติมได้อีก เมื่อแช่ออนเซ็นจนสบายตัวแล้วก็ต้องเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศภายในเรียวกัง ทานอาหารภายในห้องอาหารของเรียวกังเช่นกัน ซึ่งแขกที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ในนี้ไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง รวมถึงมีสัตว์เลี้ยงหลากหลายพันธ์ุให้ชมความงดงาม ทั้งหงส์ดำ ที่เป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ กระต่ายเป็นสัตว์นำโชค เพราะกระโดดไปข้างหน้าอย่างเดียวไม่ถอยหลัง เป็ดปากเหลือง เป็ดมัลลาร์ด เป็ดแมนดาริน และอีกมากมาย ที่จะได้พบเจอ

จากความตั้งใจแรกที่รังสรรค์ออกมาเป็นบ้านพักตากอากาศ สู่การแบ่งปันเป็นเรียวกังแห่งแรกของประเทศไทย และความทุ่มเทในการไม่หยุดพัฒนาที่จะให้บริการเพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดในการเข้าพัก ทำให้การลงทุนในเฟสแรกสามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว แม้เริ่มต้นมาด้วยห้องพักเพียง 16 ห้องเท่านั้น