“สศก.”เผยQ1ปีนี้จีดีพีภาคเกษตรขยายตัว4.2%-คาดทั้งปีขยายตัวได้3.5%เหตุอากาศเอื้อ

24.03.17 | 16:20 น.

น.ส.จริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเสรษฐกิจการเกษตร(สศก.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร (จีดีพีภาคการเกษตร) ไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัว 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงาน ไก่เนื้อ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน สุกร และกุ้งขาวแวนนาไมอีกทั้งยังมีสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้น คือ อ้อยโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และกุ้งขาวแวนนาไม ทั้งหมดคาดว่าจะส่งผลให้จีดีพี ภาคเกษตรทั้ง ปี 2560 จะขยายตัวในช่วง 2.5 – 3.5% เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้มีการใช้ยางพารามากขึ้นราคายางและผลิตภัณฑ์จะปรับขึ้นตามไปด้วย พร้อมทั้ง 13 นโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯกำหนดให้ปีนี้ เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน คือ การเกษตรแบบแปลงใหญ่ 1,512 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2.5- 3 ล้านไร่ สร้างเกษตรกรผู้ผลิตสินค้า 44 ชนิด ให้เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ 200,000 ราย ทำให้มูลค่าการผลิตเพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาท

“มูลค่าการผลิตที่เพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาท ทำให้จีดีพีภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 0.1%ส่วน ทั้งนี้ จีดีพีภาคเกษตรต่อหัว ปี 2559อยู่ที่ 49,785 บาทต่อคนต่อปี หรือ เพิ่มขึ้น0.38% เมื่อเทียบกับปี 2558 ในปี 2560คาดว่าจะ มีทิศทางเพิ่มเช่นกันอยู่ที่ 51,188บาทต่อคนต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 2.82% เมื่อเทียบกับปี 2559 รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้เกษตรกรมีความสุขเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับดัชนีความผาสุกของเกษตรกร ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 80 จากระดับ 78.80 ในปี2558 “ น.ส. จริยา กล่าว

น.ส. จริยา กล่าวว่า สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ ปี 2560 คาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ น้ำตาลและผลิตภัณฑ์ ยางพารา เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ กุ้งและผลิตภัณฑ์ มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ ผลไม้และผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าปรับตัวดีขึ้น อาทิ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ส่วนโครงสร้างรายได้เงินสดครัวเรือนเกษตร ปี 2560 พบว่า 52.36% เป็นรายได้ทางบการเกษตร ที่เหลือ 47.64% เป็นรายได้นอกภาคการเกษตร แสดงให้เห็นว่าเกษตรกรยังมีรายได้หลักมาจากภาคการเกษตร โดยในปีที่ผ่านมารายได้รวมของเกษตรกรเพิ่มขึ้น 6.11%

น.ส. จริยา กล่าวว่า นอกจากนี้รายได้เงินสดทางการเกษตรสูงสุดแต่ละภาค ยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.05% โดยภาคเหนือ มีรายได้เฉลี่ย 151,816 บาท โดยจ. เพชรบูรณ์ มีรายได้มากที่สุด 254,098 บาทต่อครัวเรือน เนื่องจากเป็นแหล่งผลิต ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปศุสัตว์ที่สำคัญของภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรายได้เฉลี่ย 107,070 บาท นครราชสีมามี รายได้มากที่สุด 197,967บาทต่อครัวเรือน เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญของภาคกลาง มีรายได้เฉลี่ยภาค257,006 บาท โดย ฉะเชิงเทรามี รายได้มากที่สุด 410,712 บาทต่อครัวเรือน เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตกุ้งขาวแวนนาไมที่สำคัญของภาคราคาเฉลี่ยอยู่ที่180 บาทต่อกก. ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่มีผลผลิตต่อพื้นที่เพิ่มขึ้นจากการแก้ปัญหากุ้งตายด่วนหรือ อีเอ็มเอส และภาคใต้ มีรายได้เฉลี่ย 230,252บาท. โดยกระบี่ รายได้มากที่สุด 247,913บาทต่อครัวเรือน เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกปาล์มที่สำคัญ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5.50 บาทต่อกก. สูงกว่าปีที่ผ่านมา 33%