ไตรมาสแรก คาดไทยส่งออกข้าววูบล้านตัน ชู5ปัจจัยกดดัน ไทย-เวียดนามชิงที่2ตลาดโลก
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยปี 2568 ว่า การส่งออกข้าวไทยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-24 กุมภาพันธ์ 2568 รวมประมาณ 1.1 ล้านตัน เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนลดลง 32% ที่ส่งออกปริมาณ 1.6 ล้านตัน โดยข้าวสารเจ้า(5%) ลดลงถึง 54% ข้าวหอมมะลิเพิ่้มเพียง 1% หรือเฉลี่ยประมาณ 6 แสนตันเศษ/เดือน ไตรมาสแรก2568 คาดจะส่งออกได้ปริมาณ 1.8-2 ล้านตัน เทียบไตรมาสแรกปีก่อนที่ส่งออกได้ปริมาณ 3 ล้านตัน เท่ากับลดลงถึง 33% หรือหายไปปริมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยทั้งปี 2568 น่าจะหดตัวจากปีก่อนมาก โดยปี2567 ส่งออกได้ 9.95 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 2.25 แสนล้านบาท (6,434 ล้านเหรียญสหรัฐ) ส่วนปี 2568 คาดปริมาณส่งออก 7.53 ล้านตัน ลดลง 24.3% มูลค่าประมาณ 1.7 แสนล้านบาท (4,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) หรือมูลค่าลดลง 25.4% ซึ่งเป็นการลดลงในทุกชนิดข้าว อาทิ ข้าวขาวลดลง 33.3% ยกเว้นข้าวนึ่ง และปลายข้าวหอมมะลิที่ยังบวกได้เล็กน้อย
นายชูเกียรติ กล่าวว่า ปัจจัยมีผลต่อการส่งออกข้าวไทย ที่สำคัญ 5 เรื่อง คือ 1.ค่าเงินบาทผันผวนเร็ว รัฐบาลควรดูแลให้แกว่งน้อยที่สุดและรักษาระดับ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะดีต่อการส่งออกในภาคเกษตร 2. การแข่งขันด้านราคาข้าวในตลาดโลกรุนแรง และข้าวไทยแพงสุดเทียบกับประเทศคู่แข่ง อย่างข้าวขาว5% ราคาส่งออก(เอฟโอบี)ไทยตันละ 415-419 เหรียญสหรัฐ เวียดนาม 393-397 เหรียญสหรัฐ อินเดีย 406-410 เหรียญสหรัฐ ปากีสถาน 382-386 เหรียญสหรัฐ ส่วนราคาในประเทศอยู่ที่กิโลกรัมละเฉลี่ย 13 บาท 3. ผลผลิตข้าวโลกมากขึ้นประมาณ 10 ล้านตันข้าวสาร จาก 522 ล้านตัน เป็น 532 ล้านตัน หรือเพิ่ม 2% สวนทางความต้องการซื้อลดลง จาก 59.78 ล้านตัน เหลือ 58.53 ล้านตันหรือลด 2.1% เนื่องจากประเทศผู้นำเข้าสำคัญ อย่าง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย อิรัก ลดปริมาณนำเข้า ยกเว้นจีน สหรัฐ และแอฟริกาใต้ ที่ยังนำเข้าเพิ่ม 4. ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ปรับนโยบายความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน 5. การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ปัญหาแล้งรุนแรงที่เจอในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาคลี่คลายลง
” อินเดีย เป็นตัวแปรสำคัญ เมื่อห้ามส่งออกข้าวขาว จากเคยส่งออกข้าวทุกชนิดปีละ 22 ล้านตัน ก็เหลือ 17 ล้านตัน ส่วนที่หายไป ประเทศนำเข้าหันมาซื้อไทยอย่างน้อยก็ 2 ล้านตัน จึงทำให้ตัวเลขข้าวไทยดีขึ้น เมื่ออินเดียกลับมาส่งออกอีกครั้ง ส่วนที่ซื้อไทยก็กลับไปอินเดียเพราะราคาดีกว่า และบางประเทศลดนำเข้า ยิ่งกดดันตลาดแข่งดั๊มราคา ส่วนข้าวไทยนั้นต้นทุนสูงกว่าประเทศส่งออกอื่น ทั้งจากผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าและค่าใช้จ่ายเพาะปลูกสูงต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนราคาข้าวไทยสูง ราคาส่งออกก็ต้องสูงตาม จากนี้จะส่งออกได้สูงอย่าง 2 ปีก่อนคงยากแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเร่งโปรโมตข้าวไทยในตลาดใหม่ๆ เร่งรัดจีทูจีกับจีนที่คงค้างอยู่ 2.8 แสนตัน และฟื้นการจัดทำยุทธศาสตร์ข้าวตั้งแต่ต้นน้ำถึงส่งออก ซึ่งตัวเลขที่เราตั้งไว้ 7.5 ล้านตัน ก็ย้อนกับไปเท่ากับปีก่อนอินเดียห้ามส่งออกข้าว ปีนี้อินเดียน่าจะส่งออกเป็น 22.5 ล้านตันจาก 17.8 ล้านตัน ส่วนไทยกับเวียดนาม ใกล้เคียงกันที่ 7.5 ล้านตัน แต่อัตราหดตัวไทย 24.2% สูงกว่าเวียดนามหด 17% ” นายชูเกียรติ กล่าว
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวนา ว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะช่วยเรื่องลดต้นทุนการผลิต ไม่ใช้มาตรการที่บิดเบือนราคา ราคาข้าวนั้น ก่อนอินเดียห้ามส่งออก ข้าวขาว 15% ตอนนั้นขายได้ 8 พันบาท ชาวนาบอกอยู่ได้ แต่ด้วยต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพาะปลูกสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคา8 พันอาจมีผลต่อรายได้ไม่เท่าเดิม การช่วยเหลือลดต้นทุนเป็นเรื่องหลักในวันนี้ และสิ่งที่สมาคมฯกระตุ้นมาตลอดคือ การพัฒนาพันธ์ข้าวให้มีผลผลิตต่อไร่ดีเท่าๆประเทศคู่แข่ง อย่างกลุ่มพ่วงพันธ์ข้าวขาวของเวียดนามที่ปลูกแพร่หลายในไทย ตอนนี้กำลังขยายไปพันธ์ข้าวหอมมะลิ ที่ให้ผลผลิตต่อไร่เกิน 1,000-1,400 กิโลกรัม ส่วนพันธ์ไทยผลิตยัง 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ ชาวนาเจอปัญหา 2 เดือนทั้งต้นทุนสูงและผลผลิตต่อไร่ต่ำ ราคาขายจึงสูงกว่าประเทศอื่นๆ ส่วนข้าวที่ขายได้ราคาต่ำ เพราะเป็นพันธ์นอกประเทศ เจอเรื่องท้องไข่และอายุข้าวเก็บไม่ได้ควรเกิน 6 เดือน ซึ่งบางประเทศอย่างอินโดนีเซียระบุเลยซื้อข้าวเก็บไม่เกิน 3 เดือนเพื่อลดปัญหาข้าวด้อยคุณภาพ จากนี้ไทยจะเจอปัญหาเหล่านี้หนักขึ้นและมีผลตรงต่อการส่งออกข้าวไทยมีโอกาสถดถอยไปเรื่อยๆ



