หน้าแรก เศรษฐกิจ ธพส. รอบอร์ด ...

ธพส. รอบอร์ด เคาะจ่ายโบนัสพนักงาน คาดสูงสุดไม่เกิน 7 เดือน เผยเจรจาต่ออายุ รร.แกรนด์ไฮแอท ยังไม่คืบ

28.02.25 | 15:53 น.

ธพส. รอบอร์ด เคาะจ่ายโบนัสพนักงาน คาดไม่เกิน 7 เดือน เผยเจรจาต่ออายุรร.แกรนด์ไฮแอทยังไม่คืบ เล็งออกกรีนบอนด์ 2.2 พันล. 

นายนาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 5,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิประมาณ 1,080 ล้านบาท คาดว่าจะมีการจ่ายโบนัสไม่เกิน 7 เดือน ขึ้นอยู่กับผลการประเมิน ทั้งนี้สำหรับสัดส่วนรายได้ดังกล่าวมาจากกรมธนารักษ์ ในฐานะผู้เช่าแทนหน่วยงานของรัฐทั้งหมดในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ คิดเป็น 79.4%  รายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ คิดเป็น 17.07% รายได้จากการรับบริหารและพัฒนาอาคารบนที่ดินราชพัสดุของหน่วยงานรัฐ คิดเป็น 1.81% และรายได้จากการรับบริหารโครงการบริหารสนามกอล์ฟบางพระ จังหวัดชลบุรี และโครงการบริหารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ คิดเป็น 0.82% ขณะที่ปัจจุบัน ธพส.มีพอร์ตสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 47,000 ล้านบาท

“ปัจจุบัน ธพส.บริหารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งหมด 3 โซน คือ A,B และ C  โดยโซนC เพิ่งสร้างแล้วเสร็จเมื่อปีที่ผ่านมา โดยลูกค้าเช่าเต็มพื้นที่แล้ว แต่ยังย้ายเข้ามาไม่หมด”

นายนาฬิกอติภัค กล่าวว่า สำหรับแผนการทำงานในปีนี้ ธพส.มีแผนที่จะออกพันธบัติESG หรือกรีนบอนด์ ตามการแนะนำของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) วงเงิน 2,200 ล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C นอกจากนี้มีแผนที่จะกู้เงินมาชำระคืนหนี้เดิมที่จะครบวาระอีก 10,700 ล้านบาท ที่นำมาใช้พัฒนาศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะโซนA และ B ก่อนหน้านี้ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้อัตราดอกเบี้ย 2.8-2.9% โดยล่าสุดได้มีการคัดเลือกสถาบันการเงินทีจะเป็นอันเดอร์ไรท์แล้ว 4 แห่ง จากที่เสนอมา 8 แห่ง ประกอบด้วย กรุงเทพ กรุงไทย กรุงศีรี และออมสิน

“สำหรับESGบอนด์นั้น ยอมรับว่าต้นทุนสูงกว่าการกู้เงิน แต่ก็ต้องทำเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของหน่วยงาน เพราะธพส.เป็นหน่วยงานสีเขียว”

Advertisement

ลุยพัฒนาธุรกิจอสังหาส่วนราชการหารายได้เพิ่มปีละ 3 โครงการ

นายนาฬิกอติภัค สำหรับโครงการที่ไม่ใช่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ธพส. จะขับเคลื่อนผ่านแผนพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งเป้าหมายศึกษาความเป็นไปได้โครงการทรัพย์สินของรัฐใหม่ อย่างน้อยปีละ 2 โครงการ และในปี 2568 มี 3 โครงการใหม่ที่เตรียมก่อสร้างรวมมูลค่ากว่า 1,211.85 ล้านบาท ได้แก่ 1. โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยของกรมสรรพากร ซอยสุขุมวิท 11 วงเงินลงทุน 992 ล้านบาท  2.โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช วงเงินลงทุน 111.50 ล้านบาท และ 3. โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลระนอง วงเงินลงทุน 108.35 ล้านบาท

ดร.นาฬิกอติภัคกล่าว่า ช่วงระยะเวลา 2568 – 2570 ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างหารือเพื่อดำเนินการก่อสร้างอีก 5 จำนวน โครงการ คือ 1. โครงการคลังเอกสาร (อาคารจอดรถชั้น 5) 2. โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 3. โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานที่ทำการโรงพิมพ์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลรวมส่วนที่พักอาศัย และการปรับปรุงอาคารโรงพิมพ์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 2 โครงการ มูลค่า962 ล้านบาท และ 1,224 ล้านบาท 4. โครงการพัฒนาปรับปรุงอาคารและพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติม สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ) และ 5. โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บริหารและควบคุมการเดินรถไฟฟ้า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นต้น

นอกจากนั้น ธพส. ยังมองหาธุรกิจใหม่ๆ ที่จะสร้างรายได้เพิ่มให้กับองค์กร โดยยังคงเป็นธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อบริหารที่ราชพัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้แก่รัฐ ให้แก่ประเทศ ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ธพส.

นายนาฬิกอติภัคกล่าวว่า ขณะเดียวกันที่ผ่านมาได้มีการดีลการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อพัฒนาอาคารสำกนักงานใหม่ย่านถนนพระราม 9 มูลค่า 4,500 ล้านบาทด้วย รวมทั้งศูนย์บริการตั๋วร่วมแต่คาดว่าจะจะต้องเลื่อนออกไป เพราะจะมีการนำงบประมาณจำนวนดังกล่าวไปพัฒนาตั๋วร่วม ขณะเดียวกันมีแผนที่จะเปิดประมูล เพื่อปรับปรุงพ้นที่โซนซีเป็นศูนย์สโมสรพื้นที่ 1,000 ตารางเมตรด้วย คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในไตรมาส 3 ปีนี้

ต่ออายุแกรนด์ไฮแอทยังไม่คืบ

ส่วนความคืบหน้าการต่ออายุโรงแรมไฮแอท เอราวัณ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้มอบหมายให้ธพส.เป็นผู้บริหารแทนบริษัท สหการโรงแรมและการทอ่งเที่ยว จำกัด (กระทรวงการคลังถือหุ้น 100%) ซึ่งสัญญาเช่าได้หมดอายุไปแล้วประมาณ 4 ปี จนถึงปัจจุบันก็ไม่สามารถสรุปราคาเช่าได้ เนื่องจากยังไม่สามารถตกลงเรื่องผลตอบแทนสัญญาเช่าเดิมได้ เพราะตามกฎหมายได้เปิดทางให้ผู้เช่าเดิมสามารถต่อสัญญาได้อีกประมาณ 20 ปี โดยของใหม่ทางหน่วยงานรัฐต้องการผลตอบแทนประมาณ 4,700 ล้านบาทต่อปี แต่ทางผู้บริหารยืนยันว่าสามารถจ่ายได้ปีละ 1,200 ล้านบาท จึงต้องหาที่ปรึกษามาจัดการเรื่องนี้ และระหว่างนี้ก็ให้บริหารเป็นรายปีไปโดยหน่วยงานรัฐได้รับค่าตอบแทนปีละ 1,200 ล้านบาท

ทั้งนี้ สหการโรงแรมฯ ได้ถือครองที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพจำนวน 9 ไร่ 3 งาน 98.5 ตารางวา และมีสัดส่วนการถือหุ้นราว 1 ใน 3 ในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณฯ โดยสหการโรงแรมได้ให้โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณฯ เช่าที่ดินเป็นระยะเวลา 30 ปี นับจากปี 2534 ซึ่งสิ้นสุดระยะเวลาการเช่าตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งได้สิ้นสัญญาเช่าประมาณ 4 ปีแล้ว และปัจจุบันใช้สัญญาเช่าในลักษณะปีต่อปี โดย ธพส.เห็นว่า สัญญาเช่าในลักษณะปีต่อปีนั้น ควรนับรวมเป็นสัญญาเช่ากรณีที่จะให้โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ได้ต่ออายุสัญญาการเช่าที่ดินในระยะต่อไปด้วย