กรมปศุสัตว์ เจรจาเปิดตลาดส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิต (Ayam Bangkok) ไปอินโดนีเซีย เมษานี้
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เดินทางไปเข้าพบและหารือกับ Dr.drh.Agung Suganda (นายอากุง ซูกันดา) อธิบดีกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซีย (DGLASH) ณ กระทรวงเกษตร กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
นายสัตวแพทย์สมชวนเปิดเผยว่า ตนได้หยิบยกประเด็นความก้าวหน้าในการขอเปิดตลาดส่งออกไก่พื้นเมือง (Ayam Bangkok) มายังอินโดนีเซีย ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ทางกรมปศุสัตว์ไทย และกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซีย (DGLASH) ให้ความเห็นชอบต่อร่างเอกสารรับรองสุขภาพสัตว์ (Veterinary Health Certificate; VHC) ตามที่ฝ่ายกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซีย (DGLASH) เสนอมาเรียบร้อยแล้ว
พร้อมกันนี้ นายสัตวแพทย์สมชวนกล่าวว่า ตนจึงได้ส่งมอบเอกสารเห็นชอบต่อร่างฯ VHC ดังกล่าวให้อธิบดีกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซียโดยตรง ในโอกาสที่มาเยือนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งฝ่ายกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซีย (DGLASH) มีความยินดีและจะรีบออกประกาศขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการส่งออกไก่พื้นเมืองของไทยโดยเร็วและหลังจากประกาศฯแล้ว ประเทศไทยจะสามารถส่งออกไก่พื้นเมือง (Ayam Bangkok) ไปยังอินโดนีเซียได้ในทันที
คาดว่าภายในเดือนเมษายนนี้ ไทยจะสามารถส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิตไปยังอินโดนีเซียได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จ ตามนโยบายของนางนฤมล ภิญโญสินวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เสริมสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองของไทย และพัฒนาการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (soft power) ที่จะสร้างรายได้และชื่อเสียงต่อประเทศไทยต่อไป
ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์สมชวนเผยว่า ในช่วงปีแรกของการเริ่มต้นส่งออก คาดว่าจะมีปริมาณการส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิตไปอินโดนีเซียปีละไม่ต่ำกว่าจำนวน 12,000 ตัว คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ นายสัตวแพทย์สมชวนกล่าวว่า กรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซีย (DGLASH) ยังได้แสดงความสนใจในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแนวทางการจัดทำพื้นที่เขตปลอดโรค (Compartmentalization) โดยเฉพาะโรคปากและเท้าเปื่อย (Foot and Mouth disease) รวมถึงความรู้ทางวิชาการด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ซึ่งอินโดนีเซียให้ความสนใจเป็นอย่างมากและต้องการเรียนรู้จากประสบการณ์ของไทย โดยอินโดนีเซียยังมีความต้องการสินค้ากลุ่มโคเนื้อและโคนมอีกมาก และยินดีต้อนรับกลุ่มนักลงทุนไทยที่สนใจในเรื่องนี้
ข้อมูลในปี 2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังอินโดนีเซียมูลค่า 4,600 ล้านบาท โดยสินค้าหลักที่ส่งออกได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา



